คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ของท่านเหลาจื่อศึกษากันได้ทุกคน : จวิ้นเอวี้ยน

Updated: Nov 4, 2021


เริ่มแต่ปี ค.ศ. 2016 ได้ศึกษาคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ของท่านเหลาจื่อเป็นต้นมา ผมรู้สึกได้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นมาก ยิ่งศึกษายิ่งรู้สึกว่าคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” มีความหมายที่ลุ่มลึกสุดเปรียบปาน หากไม่ตั้งใจทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง ย่อมไม่ทราบความหมาย บางครั้งคำพูดประโยคเดียวทำให้ต้องครุ่นคิดไปหลายวัน จึงจะพอรู้ความหมายบ้าง แต่ในกระบวนการศึกษาประยุกต์ใช้ ยังให้รู้สึกเป็นเรื่องพื้นๆ อ่านเข้าใจง่าย คำพูดทุกประโยคใช้ได้จริงทั้งสิ้น สามารถชี้นำคำพูดและการกระทำของเราได้ ด้วยเหตุนี้ ตลอดมาผมกำลังขบคิดคำถามหนึ่งคือ คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ของท่านเหลาจื่อเป็นแก่นสารของวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดกันมา ซึ่งชนชั้นไหน กลุ่มคนอะไร หรือแผนกใดเหมาะสมที่จะศึกษากันแน่ หลังจากศึกษาแล้วมีบทบาทอะไรบ้าง ผมเองได้ศึกษาพิจารณากับสมาชิกครอบครัวชาวเต้าซิ่นเป่าติ้งเสมอ ทุกคนต่างออกความคิดเห็นของตน แต่ไม่อาจรวมเป็นคำพูดเดียวกันได้


เทศกาลตรุษจีนใกล้จะมาถึง กิจกรรมหลายกิจกรรมจัดขึ้นโดยบังเอิญ โดยแยกกันไปสัมผัสและติดต่อกับผู้คนด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป ทำให้ผมมีสายตาสว่างขึ้น วันนี้ขอแบ่งปันประสบการณ์เล็ก ๆ 2 เรื่องที่เป็นตัวอย่าง สำหรับการครุ่นคิดของเราต่อคำถามนี้ ใช่หรือไม่ว่าได้อรรถาธิบายไว้แล้ว


ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีอาการเกี่ยวกับฝ่าเท้า ผมไปทำการรักษา ในกระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบริกรในร้านบำบัดรักษาฝ่าเท้า ทั้งเจ้าของร้านและบริกรต่างได้คุยเป็นกันเองกับเราว่า การที่ร้านของเราได้คุณประโยชน์มากกว่าเมื่อเทียบกับร้านอาชีพเดียวกัน สาเหตุที่สำคัญคือ ตลอดมาเราปฏิบัติตามหลักการหนึ่งข้อคือ “ปกครองด้วยอู๋เหวย ให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่แย่งชิง ลูกค้าสำคัญเป็นที่หนึ่ง” สิ่งที่เราเน้น 1. คือเต๋า 2. คือ คุณธรรม มีเพียงเช่นนี้เท่านั้น เราจึงสามารถดึงดูดลูกค้าได้ เวลานั้นพวกเราหลายคนรู้สึกตื่นตระหนกตกใจระคนด้วยความดีใจว่า เจ้าของและบริกรในร้านบำบัดรักษาฝ่าเท้าเล็ก ๆ ก็ศึกษาคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ด้วย เป็นเพราะเหตุนี้ทำให้การค้าในร้านเจริญรุ่งเรืองและคึกคักขึ้น เราอดที่จะคุยกับเขาต่อไม่ได้ แม้พวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมชั้นพื้นฐาน แต่รักการศึกษามาก หลังจากได้สัมผัสกับคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” แล้ว มีความรู้สึกว่าสนุกก่อน หลังจากนั้นจึงได้สัมผัสถึงประโยชน์มากมายกับสิ่งที่ได้ทำไปกับธุรกิจด้านบริการนี้ พวกเขากล่าวว่า “ไม่มีจิตใจที่ให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่น ลูกค้าสัมผัสไม่ถึงความอบอุ่น จะเน้นแต่กำไรไม่ได้ ต้องเน้นคุณภาพด้านบริการ ต้องทำให้ลูกค้ามีความพอใจ ลูกค้าจึงจะนับวันมากยิ่งขึ้น งานที่เราทำคืองานด้านบริการ เราไม่จงใจไปแก่งแย่งกับใคร เมื่อการบริการทำได้ถึงที่และลูกค้าพอใจแล้ว เราจึงได้ลูกค้าโดยเป็นไปเองตามธรรมชาติ เมื่อมีลูกค้ามากแล้ว จึงกระตุ้นให้เราบริหารร้านนี้ให้ดี จึงต้องใช้เต๋าและคุณธรรมปกครองร้านนี้”


คำบอกเล่าของพวกเขาเหล่านี้ ได้ให้คติแก่เราอย่างลึกซึ้ง วันรุ่งขึ้นเราส่งหนังสือคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ที่มีคติธรรมของท่านอาจารย์ไปให้พวกเขา บัดนี้บริกรและเจ้าของร้านได้เริ่มท่องบทคัมภีร์กันแล้ว พวกเขากล่าวว่า “เราช่วงชิงให้ท่องได้ภายในเวลาหนึ่งปี หลังจากศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” แล้ว คุณภาพการบริการของเราจะดียิ่งขึ้น คุณประโยชน์ของเราก็มีมากยิ่งขึ้นไปด้วย”


เรื่องที่สองคือ ไปในเมืองเยี่ยมผู้นำระดับมณฑลที่เกษียณอายุแล้วท่านหนึ่ง ปีนี้อายุ 76 ปีแล้ว แต่สภาพร่างกายและจิตใจล้วนดีมาก เมื่อเราทำรายงานถึงรัฐาลเป่าติ้งเพื่อขออนุญาตให้เราก่อตั้งชมรมพัฒนาการศึกษาระดับชาติและธุรกิจของเมืองเป่าติ้ง โดยจัดให้มีการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ในชมรมอ่านหนังสือหนึ่งครั้งต่อเดือน ท่านผู้นำพูดอย่างดีใจว่า “คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” เป็นแก่นสารวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดกันมา พึงต้องศึกษากันทุกคน สำหรับการปกครองประเทศ บริหารธุรกิจ และทำให้ครอบครัวมีความผาสุก ล้วนมีบทบาทที่สำคัญมาก” ท่านยังกล่าวถึงว่า หากธุรกิจไม่มีวัฒนธรรมคอยค้ำจุนจะไม่ยั่งยืน และไม่เป็นธุรกิจร้อยปีได้ ในที่นี้ยังได้ยกตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในมณฑลเหอเป่ยหลายแห่ง จากนั้นยังกล่าวอีกว่า “ประวัติศาสตร์นับพันปีของชนชาติจีน มียุคสมัยที่ยิ่งใหญ่ยุคหนึ่งคือ ราชวงศ์ฮั่นใช้ความคิดเต๋ามาปกครองชาติบ้านเมือง ซึ่งเราถูกเรียกเป็นชนชาติฮั่น เพราะชนชาติฮั่นเป็นชนชาติที่เข้มแข็งเกรียงไกรและยิ่งใหญ่ สิ่งที่ราชวงศ์ฮั่นปฏิบัติตามคือ การปกครองด้วยอู๋เหวย เลิศคุณธรรมไม่ถือตนมีคุณธรรม จึงมีคุณธรรม ด้อยคุณธรรมแต่ถือว่าตนมีคุณธรรม จึงไม่มีคุณธรรม ไม่มีคุณธรรมปกครองชาติบ้านเมืองได้ไม่ดี อู๋เหวยหาใช่ไม่ทำอะไรไม่ เป็นการกระทำที่มีเต๋าและมีคุณธรรม ท่านผู้นำยังกล่าวถึงว่า คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ได้อธิบายถึงของวิเศษ 3 สิ่ง โดยเฉพาะกล่าวว่า “อ่อนน้อมถ่อมตน” เป็นเพราะราชวงศ์ฮั่น “อู๋เหวย ไม่แก่งแย่ง และอ่อนน้อมถ่อมตน” จึงเป็นผู้นำ ดังนั้น การบริหารธุรกิจ ครอบครัว พึงเหมือนดั่งราชวงศ์ฮั่น การศึกษาคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ให้ดี ทำให้ธุรกิจมีวัฒนธรรมคอยค้ำจุน จึงจะเป็นธุรกิจร้อยปีได้”


ไม่คิดเลยว่าผู้นำอาวุโสที่เกษียณอายุแล้วหลายปีเข้าใจคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ได้ลึกซึ้ง ทั้งยังจำเนื้อหาได้ดีเช่นนี้ ทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง


ด้วยเหตุนี้ สำหรับคำถามที่ว่า ใครควรศึกษาคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ผมมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผู้ที่ควรศึกษาประยุกต์ใช้คือ ผู้บริหารชาติบ้านเมืองระดับสูง เจ้าของธุรกิจที่บริหารธุรกิจ ครอบครัวที่ต้องการความปรองดอง เป็นพนักงานบริการชั้นพื้นฐานหรือชาวนาที่ดี เป็นต้น ดังนั้น จึงกล่าวว่า คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ของท่านเหลาจื่อมีความรู้ที่อุดมสมบูรณ์และลึกซึ้ง ทั้งเป็นเรื่องพื้น ๆ เข้าใจง่าย วิธีการและเหตุผลในการบริหารจากสูงถึงการปกครองประเทศชาติหรือทั่วโลก จากล่างถึงการบริหารธุรกิจและครอบครัว ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำนองเดียวกัน ดังนั้น ทุกคนจึงควรศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” และคัมภีร์นี้เหมาะที่จะใช้กับทุก ๆ คนด้วย

0 views0 comments