คำอำนวยพร 10 ธันวาคม 2564


** เต๋ามิใช่ศาสตร์ลี้ลับ  เต๋าคือต้นธารที่เกิดก่อนฟ้าดิน  คัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 25 กล่าวว่า "มีสิ่งหนึ่งมิอาจแบ่งแยก  เกิดก่อนฟ้าดิน  เงียบไร้สุ้มเสียง  ดำรงอยู่อย่างอิสระชั่วนิรันดร์  หมุนเวียนไม่หยุดตลอดกาล  ถือเป็นมารดาใต้หล้า  ข้ามิรู้ชื่อ  จึงฝืนเรียกว่าเต๋า  และให้นามว่ายิ่งใหญ่"  เต๋าคือภววิทยาที่อยู่เหนือรูปลักษณ์  ต้องใช้ความคิดนามธรรมระดับสูงในการทำความเข้าใจ  บทบาทของเต๋าคือการให้กำเนิดได้ไม่จบสิ้น  และสามารถให้กำเนิดสรรพสิ่ง  เช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำจึงต้องสอดคล้องกับการให้กำเนิดได้ไม่จบสิ้น  และปลอดโปร่งไร้อุปสรรค  นี่คือเกณฑ์พื้นฐานในการศึกษาเต๋าจริง  ทำจริง  พูดจริง  และพิสูจน์จริง!


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 47 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสงบสุข


[ยืนอยู่บนระดับสูงของกฎธรรมชาติและหลักเกณฑ์ทางสังคม ก้าวข้ามการผูกมัดรูปแบบเดิม]

ประเด็นที่ 2 การศึกษาเต๋า จัดเป็นปริมณฑลของโลกทางจิต


2.1 วิทยาศาสตร์ที่มีข้อจำกัด เมื่ออยู่ต่อหน้ากฎแห่งกรรมที่ไร้ขีดจำกัด มีความหมายใกล้เคียงกับศูนย์


“เดินทางยิ่งไกลเท่าไร สิ่งที่รู้ยิ่งน้อย”


ในยุคปัจจุบัน ปัจจัยสำคัญที่สุดของการผลิตคือ องค์ความรู้และนวัตกรรม ซึ่งได้ค่อย ๆ กลายเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการผลิตแล้ว ทุกวันนี้คือยุคของสังคมแห่งความรู้ ที่ใดมีผลงานวิจัยใหม่ล่าสุด มีนวัตกรรมความรู้ใหม่ หรือทฤษฎีวิทยาศาสตร์ใหม่เกิดขึ้น ที่นั่นจะมีเงินทุนหลั่งไหลตามมา


ท่านเหลาจื่อมองนวัตกรรมความรู้ใหม่อย่างไรบ้าง ท่านเข้าใจว่าจักรวาลนี้ประกอบด้วยมิติที่แตกต่างกัน ในแต่ละมิติจะมีภูมิปัญญาของจักรวาลที่แตกต่างกันไหลเวียนอยู่ อันที่จริง รูปแบบการคิดเก่าของมนุษย์สามารถก้าวข้ามได้ ท่านเหลาจื่อยืนอยู่บนระดับสูงของกฎธรรมชาติและหลักเกณฑ์ทางสังคมเสมอ ได้มองเห็นการพัฒนาของมนุษย์ที่หลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งยังเปิดเผยให้เห็นว่ามนุษย์ต้องก้าวข้ามการผูกมัดรูปแบบเดิมอย่างต่อเนื่อง เพราะเบื้องหน้ากฎแห่งกรรมอันไร้ขีดจำกัด วิทยาศาสตร์ที่มีขีดจำกัดมีความหมายใกล้เคียงกับศูนย์


แต่ “ทฤษฎีสัจธรรมทางวิทยาศาสตร์” อยู่คู่กับมนุษย์มาหลายร้อยปีแล้ว ตามการเปลี่ยนวิธีการใหม่ ๆ ทางเทคโนโลยี มนุษย์ค้นพบทฤษฎีใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ และบูชาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นที่สุด แต่วิทยาศาสตร์เป็นเพียงเครื่องมือที่เป็นเหตุเป็นผลในการค้นคว้าสิ่งที่ดำรงอยู่ “สัจธรรมทางวิทยาศาสตร์” เป็นเพียง “สัจธรรม” ที่มีเวลาจำกัด ทันทีที่มีการค้นพบสิ่งใหม่ ทฤษฎีวิทยาศาสตร์เก่าจะสูญเสีย “ความเป็นจริง” ที่มนุษย์เคยเชื่ออย่างงมงายมาตลอด


ขอยกตัวอย่าง มีทฤษฎีหนึ่งถือว่า “โลกภววิสัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวนอกจิตสำนึก” ทัศนะนี้ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้กลับมีนักวิจัยค้นพบว่า ในจักรวาลและธรรมชาติมีปรากฏการณ์มากมายที่ไม่อาจใช้ “วิทยาศาสตร์” มาอธิบายได้ หากดึงดันที่จะเชื่อว่าโลกทางวัตถุที่รู้ได้จากอวัยวะสัมผัสนี้แยกขาดกับโลกทางจิตสำนึกที่ไม่อาจรู้จากอวัยวะสัมผัสได้ ตลอดจนปฏิเสธการดำรงอยู่ของจิตสำนึก ถ้าเช่นนั้น ปัญหามากมายจะ “ไม่มีทางแก้ไขได้” อย่างถึงที่สุด


เนื่องจากความเจริญทางเทคโนโลยี ในที่สุดผู้คนได้พัฒนาจากการคาดเดาจนถึงการค้นพบว่า “จิตสำนึกก็เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง สามารถส่งผลกระทบต่อโลกภววิสัยได้” มนุษย์เดินอยู่บนเส้นทางวัตถุอย่างสัมบูรณ์มานานแล้ว จะเรียกว่า “เดินทางยิ่งไกลเท่าไร สิ่งที่รู้ยิ่งน้อย” ได้หรือไม่


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 10 ธันวาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1405)

* * *


** 道不是玄学。道,是先天地生的道。《道德经》第二十五章:“有物混成,先天地生,寂兮寥兮,独立而不改,周行而不殆,可以为天下母。吾不知其名,字之曰道,强为之名曰大。”故,道是形而上本体论的道,是需要用高度的抽象思维来理解的。道的作用是生生不息、能生万物,那我们的所作所为,也必须符合生生不息、通达无碍,这就是道的实学、实干、实话、实证的基本准则!

早安!* * *


10站在天道人道的高度,超越旧有模式的捆绑

《道德经第47章分享暨平安月祝福》连载10


第二层面,求道,属于精神世界的范畴。


四、有限的科学在无限的因果面前,意义接近于零。


其出弥远,其知弥少


当今时代,最重要的生产要素是知识和创新,这已经渐渐成为全球被公认的、最主要的生产要素了。今天,就是一个知识型社会的时代。哪里有最新的科研成果、知识创新或科学理论出炉,哪里就有资本尾随而来。


老子如何看待知识创新呢?他认为这个宇宙是由不同维度组成的,不同的维度流转着不同的宇宙智慧。实际上,人类旧有的思维模式是可以被超越的。老子始终站在天道人道的高度,既看到了人类发展的必然,又揭示了人类要不断超越旧有模式的捆绑。因为,有限的科学在无限的因果面前,意义接近于零。


但“科学真理说”已经伴随了人们几百年。随着技术手段的更新,人类不断发现新的科学理论,也无比崇拜科学理论。但科学只是一种对存在进行探索的理性工具,“科学真理”只是有时间限度的“真理”!一旦推陈出新,旧的科学理论也就失去了它一直被人类迷信的“真实性”。


比如,有一种理论认为:“客观世界独立于意识之外”,这个观点被大多数人认同。然而,研究者近年却发现:宇宙与自然中存在太多无法用“科学”来解释的现象,如果坚持认为这个可以被感知的物质世界与无法被感知的意识世界是割裂的,甚至否认意识的存在,那很多问题将彻底“无解”。


随着技术的发展,人们终于从猜想到发现:“意识也是一种能量,可以对客观世界产生影响。”人类在绝对唯物的道路上走了那么多年,是否也算是“其出弥远,其知弥少”呢?


赵妙果,2021年12月10日,第1405天


1 view0 comments