คำอำนวยพร 10 พฤษภาคม 2565 (ไม่มีอรุณสวัสดิ์)



ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 52 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสมดุล


[หากปฏิบัติตามเต๋า จะเกิดผลอันอัศจรรย์เองตามธรรมชาติ]


“รู้ว่ามารดาเป็นเช่นไร ก็อนุมานถึงลูกได้ เมื่อรู้ว่าเป็นลูก จึงรักษามารดาไว้”


การรับรู้ โลกมีอยู่ 2 วิธี “รู้ว่ามารดาเป็นเช่นไร ก็อนุมานถึงลูกได้” คือการกุมต้นเหตุ จากนั้นจึงสืบสาวเส้นสนกลในจากสิ่งที่พบเห็น นี่คือจากไม่มีไปสู่มี กุมลักษณะร่วมกันก่อน จากนั้นจึงรับรู้ลักษณะเฉพาะตัว ส่วน “เมื่อรู้ว่าเป็นลูก จึงรักษามารดาไว้” คือการสืบหามูลเหตุจากปรากฏการณ์ภายนอก จากมีไปสู่ไม่มี วิจัยค้นคว้าลักษณะเฉพาะตัวก่อน แล้วจากนั้นจึงสรุปเป็นกฎ


การแสวงหา “มี” คือการ “รู้เพิ่มเมื่อศึกษา” การเริ่มลงมือจาก “มี” แทบจะไม่อาจค้นพบกฎพื้นฐานท่ามกลางภาพลักษณ์ภายนอกที่ซับซ้อนหลายด้านได้ เปรียบเสมือนการพยายามวิจัยค้นคว้าเครื่องฉายภาพจากภาพที่ฉาย หากไม่ย้อนไปที่ต้นกำเนิดภาพ ย่อมมองธาตุแท้ไม่ออก แม้การเข้าใกล้เต๋าจะมิใช่เรื่องง่าย แต่การ “ศึกษา” ยังคงจำเป็น เพราะเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม เราจำเป็นต้องเรียนรู้รูปแบบการอยู่รอดในมิติที่ตนเองอยู่ จึงจะสามารถใช้ชีวิตนี้มาสัมผัสถึงกฎ และทำการบ้านแห่งชีวิตให้บรรลุได้


การควานหาในแนวราบเรียกว่า “ศึกษา” การยกระดับมิติเรียกว่า “ฝึกธรรมะ” ทั้งสองเส้นทางนี้ไม่เหมือนกัน อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนก็แตกต่างกัน การ “ศึกษา” เปรียบเสมือนการเดินอยู่ในเขาวงกตบนโลก 2 มิติ นอกจากการลองเดินไปชนกำแพงเรื่อยๆ แล้ว<-ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่า เก็บสถิติที่ชนกำแพงทั้งหมด แล้วคัดเลือกกฎที่บังเอิญประสบความสำเร็จออกมา นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการทดลอง แต่การ “ฝึกธรรมะ” เท่ากับการมองจากบนโลก 3 มิติลงมาที่เขาวงกตที่พื้นราบ ย่อมมองเห็นทางออกได้ชัดเจนทันที นี่คือพลังของระดับสภาวะ


เมื่อกุม “ไม่มี” ไว้ คนเราจึงสามารถเพียบพร้อมด้วยภูมิปัญญาที่ “ถึงไม่ออกนอกบ้านก็รู้เรื่องทั่วหล้า ไม่มองออกข้างนอกก็รู้กฎธรรมชาติ” ได้ วิธีการหวนคืนสู่ “ไม่มี” ที่ดีที่สุดคือ “ฝึกธรรมะบกพร่องลดน้อย” โครงร่างเต๋าว่างเปล่า มีเพียงการทำจิตของมนุษย์ให้ผ่องใสและสงบนิ่งสูงสุด จึงจะสามารถทำให้ความขุ่นมัวสงบนิ่งลง แล้วเข้าใกล้เต๋าด้วยความเรียบง่ายได้ เพราะภาพลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงจึงจะเป็นความจริง เต๋าคือมูลรากที่มีลักษณะร่วม หากปฏิบัติตามเต๋า จะเกิดผลอันอัศจรรย์เองตามธรรมชาติ


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 10 พฤษภาคม 2565

(เผยแพร่วันที่ 1556)

* * *


10顺道而行,自然生出妙用

《道德经》第52章暨平衡月祝福连载10


原文:“既得其母,以知其子;既知其子,复守其母”


认识世界有两种方法:“既得其母,以知其子”是抓住本源,再顺藤摸瓜,这是从无到有,先把握共性,再认识个性;而“既知其子,复守其母”则是从表象追本溯源,是从有归无,先研究个性,再总结规律。


追求“有”是“为学日益”。从“有”入手,几乎不可能在纷繁表象中找出根本规律。就像试图通过投影的图像来研究投影仪一样,不回到投影源,就看不透本质。虽然近道不易,但“为学”依旧是必要的。因为入乡要随俗,我们必须学习自己所处维度的生存方式,才能利用此生感通规律,完成生命功课。


横向摸索叫“为学”,提升维度叫“为道”,两者的路径不同,投资的回报率也不同。“为学”像在二维平面里走迷宫,除了不断用碰壁去尝试外,没有更好方法。收集所有碰壁的数据,把偶然成功的规律筛选出来,这就是所谓的实验。但“为道”相当于站在三维俯瞰平面迷宫,出路立刻了了分明,这就是境界的力量。


抓住“无”,人才能具备“不出户知天下,不窥牖见天道”的智慧。回到“无”最好的方法是“为道日损”。道体虚空,人心只有至清至静,才能让浑浊沉寂,以淳朴近道。因为,变的永远是表象,不变的才是真相。道是共性的根,顺道而行,自然就能生出妙用。

赵妙果,2022年5月10日,第1556天

0 views0 comments