คำอำนวยพร 11 ธันวาคม 2564



**  เคล็ดลับของสภาวะและความสามารถในการรู้แจ้งเต๋า  คือการฝึกฝน 7 ทักษะในคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 16 ให้ดี ได้แก่ "รู้กฎเต๋าจึงรองรับได้ จึงเที่ยงธรรม จึงรอบคอบ จึงสอดคล้องธรรมชาติ จึงสอดคล้องเต๋า เมื่อสอดคล้องเต๋าจึงยาวนาน ชั่วชีวาปลอดภัย" ทั้ง 7 ระดับนี้คือ  ลำดับขั้นตอนการฝึกฝนบ่มเพาะตนเองไปจนถึงการทำงานอุทิศตนเพื่อส่วนรวม  ไปจนถึงการสำรวจชีวิต  ทำความเข้าใจเต๋าที่ยิ่งใหญ่... สุดท้าย  เมื่อเราฝึกฝนความเที่ยงธรรมสง่าผ่าเผยที่ภายในดั่งอริยบุคคลภายนอกดั่งราชาได้สำเร็จแล้ว  จิตใจจะเบิกบานเปล่งประกาย  ชีวิตจะเรียบง่าบ ตรงไปตรงมา มีสัจจะ และเป็นนามธรรมอย่างยั่งยืนยาวนาน  อริยบุคคลที่แท้จริงในประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่มีภาพลักษณ์ของผู้ที่มีอายุยืนยาว  เป็นนักสร้างสรรค์  และล้วนเป็นผู้มีเต๋าที่สร้างความผาสุกเพื่อผู้อื่น!


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 47 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสงบสุข


[กุมกฎ ปลดปล่อยความคิด และเปิดมิติที่สูงขึ้น]


2.2 จิตบริสุทธิ์สงบนิ่ง ปรากฏการณ์ต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นครบถ้วน


การศึกษาที่ผู้คนปัจจุบันได้รับคือ การคิดด้วยตรรกะที่ยึดถือการ “แยกประเภท เปรียบเทียบ และจัดลำดับ” เป็นหลัก ดังนั้น จึงเคยชินกับการจำแนกสิ่งต่าง ๆ ให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ การแบ่งหน้าที่ในสังคมก็นับวันยิ่งเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น แต่ “เต๋า” ที่คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” กล่าวถึง กลับเป็นแนวคิดที่มีความเข้มข้นและเป็นนามธรรมมาก ท่านเหลาจื่อประยุกต์ใช้รูปแบบการยอมรับและเข้าใจที่อยู่นอกเหนือรูปแบบการคิดของโลก 3 มิติ ไปสรุปเป็นสิ่งที่ตกผลึกทางปัญญาที่มีมิติที่สูงยิ่งขึ้น เราจะทำความเข้าใจ “เต๋า” ที่เป็นอภิปรัชญาและสิ่งที่ดำรงอยู่โดยตัวของมันเอง ก็จำเป็นต้องประยุกต์ใช้การคิดแบบนามธรรมที่มีระดับสูง


คำกล่าวที่ว่า “ถึงไม่ออกนอกบ้าน ก็รู้เรื่องทั่วหล้า ไม่มองออกข้างนอก ก็รู้กฎธรรมชาติ” เพื่อให้มนุษย์ได้สัมผัสกับสภาวะและศักยภาพของ “จิตบริสุทธิ์สงบนิ่ง ปรากฏการณ์ต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นครบถ้วน” หลังจากสอดคล้องเต๋าด้วยตนเองแล้ว อริยบุคคลรู้จักโลก โดยอาศัยการรับรู้ที่เป็นนามธรรม หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์เราจะพบว่า ไม่ว่ายุคสมัยใด หากเบื้องบนเคารพเต๋า เบื้องล่างจะเทิดทูนคุณธรรม หากเบื้องบนชอบใช้กำลัง เบื้องล่างจะชอบต่อสู้ อริยบุคคลเอาใจเขามาใส่ใจเรา และนำวิถีแต่โบราณมารับใช้คนปัจจุบันเช่นนี้เอง ในสายตาของมหาชน ถือว่าเป็นความสามารถที่ “ถึงไม่ออกนอกบ้าน ก็รู้เรื่องทั่วหล้า ไม่มองออกข้างนอก ก็รู้กฎธรรมชาติ” แล้ว


หากอยากรู้จักปรากฏการณ์ทั่วหล้าและการเคลื่อนไหวของเต๋าธรรมชาติให้ชัดแจ้ง สามารถอาศัยการทำคุณสมบัติให้กลายเป็นอัตลักษณ์และชำระล้างกิเลส มารับภูมิปัญญาแห่งจักรวาลที่ไหลผ่าน เมื่อนั้นจิตภายในของผู้มีคุณธรรมจึงจะสามารถสงบได้ เมื่อจิตภายในสงบนิ่งแล้ว ปรากฏการณ์ต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นครบถ้วนได้ เมื่อขจัดอุปสรรคทางจิตวิญญาณออก จึงจะค้นพบปรากฏการณ์รอบทิศทางได้ครบถ้วน


ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกล้วนแต่เจริญรอยตามเต๋าทั้งนั้น เมื่อเรากุมและควบคุมกฎเช่นนี้ไว้ได้ จะเป็นวันที่เราปลดปล่อยความคิด และเปิดมิติที่สูงยิ่งขึ้น


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 11 ธันวาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1405)

* * *


** 明道的境界与能力奥秘就是要练好道德经第十六章中的“知常容,容乃公,公乃全,全乃天,天乃道,道乃久,没身不殆”的七层功夫。这七层逐级递进,从个人的修身养性到做事的克己奉公,再到对生命的探索、对大道的参悟……最后,当我们修成自己内圣外王的浩然正气时,心花将灿烂绽放、生命也将地久天长境界的简单、直白、实话、抽象。历史上真正的圣人形象大都是长寿者,发明家,都是一心为他人造福的有道之人!

早安!* * *


11驾驭规律,解放思想、开启更高的维度

《道德经第47章分享暨平安月祝福》连载11


五、心清净,则万象俱生。


现在人们所受的教育是以“分类、比较、排序”为主的逻辑思维,因此习惯于将事物越分越细,社会分工也越分越专。但《道德经》所说的“道”却恰恰是一个高度浓缩、抽象的概念,这是老子运用了一种超越三维世界思维模式的认知方式,去总结出的更高维度的智慧结晶。我们要理解这个形而之上本体论的“道”,也必须会运用高度的抽象思维。


所谓“不出户知天下,不窥牖见天道”,就是让人类体验合道之后那种“心清净,万象俱生”的境界与能力。圣人认识世界,凭借的就是抽象认识。如果回顾历史,您就会发现:任何时代,上若尊道,下必贵德;上若好武,下必好斗。圣人就是这样推己及人,执古之道来御今之有的。这在众人眼里,就是“不出户知天下,不窥牖见天道”的能力了。


想认清天地万象和天道运动,可以透过人类自我品质的内化功夫以及净化欲念,来迎接宇宙智慧的流经。但有德者,才能内心清净。而内心清静,才能万象俱生;清除心灵蔽障,才会发现八方实象俱在。


世界上的一切事物都遵循道而运行,当我们掌握并驾驭这种规律之时,就是解放思想、开启更高维度之日。


赵妙果,2021年12月11日,第1405天

1 view0 comments