คำอำนวยพร 12 ธันวาคม 2564



** ความยิ่งใหญ่ของอริยบุคคลคือ  ยิ่งใหญ่แต่ไม่คิดว่าตนยิ่งใหญ่  แข็งแกร่งแต่ไม่คิดว่าตนแข็งแกร่ง  มักวางตนอยู่ในที่ต่ำเสมอ  เช่นนี้ทรัพยากรและผู้มีความสามารถจึงหลั่งไหลไปรวมตัวที่เขา  ความรักก็ห้อมล้อมเขา  เพราะหน้าที่ของความรักคือแสวงหาสถานที่ที่ต่ำ ว่างเปล่า  และกว้างใหญ่ที่สุด  ระหว่างแต่ละบุคคลและแต่ละประเทศ ไม่ว่าตำแหน่งจะสูงหรือต่ำ ความสามารถเก่งกล้าหรืออ่อนแอ ก็ล้วนต้องเคารพซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันอย่างเท่าเทียม  และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ -- นี่คือหลักการที่เต๋าปฏิบัติต่อทั่วหล้า  มีเพียงการยินดีส่งเสริมผู้อื่น  จึงจะเป็นการปกป้องตนเองที่ดียิ่งขึ้น


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 47 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสงบสุข


[เต๋ามิใช่ศาสตร์ลี้ลับ แต่เป็นต้นธารที่เกิดก่อนฟ้าดิน]


2.3 เต๋ามิใช่ศาสตร์ลี้ลับ แต่เป็นต้นธารที่เกิดก่อนฟ้าดิน


สำหรับประโยคที่ว่า “ถึงไม่ออกนอกบ้านก็รู้เรื่องทั่วหล้า ไม่มองออกข้างนอกก็รู้กฎธรรมชาติ” คนจำนวนมากเข้าใจว่าท่านเหลาจื่อกำลังอธิบายถึงศาสตร์ลี้ลับ อันที่จริง คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” คือหนังสือที่สรรค์สร้างอริยบุคคล สิ่งที่ท่านเหลาจื่ออธิบายคือสภาวจิตและความสามารถของอริยบุคคล สภาวะมีเต๋าที่มุ่งมั่นและมีความเป็นหนึ่งของอริยบุคคล ทำให้เขาเดินทางในมหาสมุทรได้อย่างไร้อุปสรรค ดั่งหยดน้ำซึ่งสามารถเข้าถึงทั้งพื้นที่มิติสูงและต่ำได้


“มีเต๋า” คืออะไร เต๋ามิใช่ศาสตร์ลี้ลับ แต่เป็นต้นธารที่ถือกำเนิดก่อนฟ้าดิน มีเพียงการฝึกฝนและพิสูจน์จากภายใน จึงสำรวจความเร้นลับของจักรวาลได้ และได้วิถีแห่งฟ้าดิน อันที่จริง เต๋ามิได้ลึกลับ สรรพสิ่งทั่วหล้าล้วนเกิดจากเต๋า มีร่างและมีบทบาท เต๋าเองก็มีร่างและมีบทบาทเช่นเดียวกัน คำว่า “ร่าง” หมายถึงตัววัตถุ ส่วน “บทบาท” หมายถึง บทบาทของมัน ขอยกตัวอย่างโทรศัพท์มือถือ ตัวเครื่องคือ “ร่าง” มันยังสามารถใช้เป็นโทรศัพท์พูดคุยและดูข่าวได้ นี่เรียกว่า “บทบาท”


สำหรับเต๋าแล้ว ร่างของเต๋าคือ “ไร้” กล่าวคือ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ และเลือนราง ท่านเหลาจื่อ กล่าวว่าเต๋าเหมือนกระบอกสูบลมที่ใช้จุดไฟ เมื่อมองเข้าไปข้างในนั้นว่างเปล่า แต่เมื่อใช้แรงสักหน่อย จะทำให้เกิดลมได้ บทบาทของเต๋าคือ “กว้างใหญ่ไพศาล” รูปแบบการเคลื่อนไหวคือ “เต๋ากว้างใหญ่ไพศาล มีบทบาทมิรู้สิ้น” พลังประเภทนี้เกิดได้ไม่มีวันหมดสิ้น และมีความกว้างใหญ่ไพศาล เป็นเพราะไม่มีวันเต็มเปี่ยม ดังนั้น จึงไม่หมดสิ้น คนเราก็เกิดจากเต๋า การกระทำของเราจำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎเต๋า จึงจะเกิดได้ไม่มีวันหมดสิ้น และราบรื่นไร้อุปสรรค


อักษรเหล่านี้เราล้วนอ่านออก แต่เมื่อนำมารวมกันกลับทำความเข้าใจได้ยาก สภาพการณ์เช่นนี้ราวกับมีคนยืนอยู่บนยอดเขาแล้วพูดกับเราว่า “รีบขึ้นมาสิ ทิวทัศน์บนยอดเขาช่างอัศจรรย์เหลือเกิน ไกลออกไปมีภูเขาสูงตระหง่าน ใกล้ ๆ มีดอกไม้ใบหญ้านานาพันธุ์ แต่เวลาขึ้นมาต้องระมัดระวังนะ ข้างหน้ามีหน้าผา เธอต้องเหยียบตรงนี้ก่อน แล้วค่อยกระโดดข้ามตรงนั้น จึงจะขึ้นมาได้”


ก่อนที่จะขึ้นถึงยอดเขา เราเข้าใจได้ยากมากว่าคนบนยอดเขากำลังพูดอะไร บางครั้งเมื่อฟังแล้วมีเพียงภาพหลงเหลืออยู่ในสมองบ้าง และหากยึดถือความคิดนั้นไปแล้ว มักจะเข้าใจผิดว่าเนินที่ชันคือหน้าผา ดังนั้น หากยังไม่ถึงสภาวะนั้นก็ไม่อาจเข้าใจความจริงของคำพูดเหล่านั้นได้อย่างลึกซึ้ง มีเพียงผู้ที่อยู่ห่างจากยอดเขาอีกเพียงหนึ่งก้าว เคยเห็นภาพจากที่ไกลแล้ว หากไม่ขาดผู้มีความสามารถด้านเทคนิคที่ดีเด่นชี้นำเส้นทางอย่างชัดเจนก็จะไปถึงได้แล้ว เมื่อถึงเวลานั้น ผู้รู้แจ้งเต๋าจุดประกายเพียงเล็กน้อย เขาจะทราบทันทีว่าเส้นทางนี้ควรเดินอย่างไร


คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ใช้คำพูดน้อย แต่มีความหมายลึกซึ้ง และใช้ถ้อยคำที่ตรงไปตรงมา ผู้ที่ชาญฉลาดอย่างแท้จริงจึงจะสามารถอธิบายสิ่งที่ลึกซึ้งด้วยคำพูดที่เรียบง่ายได้ ขณะเดียวกันยังสื่อตรงถึงต้นทาง และสั่นสะเทือนถึงจิตวิญญาณ อันที่จริงคำสอนในคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” คือการพรรณนาถึงทิวทัศน์บนยอดเขา แต่หากหยุดอยู่ที่ตัวอักษร จะพินิจพิเคราะห์อย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจถึงบทบาทอันอัศจรรย์นั้นได้


ผู้คนล้วนมิได้ขาดเต๋าและคุณธรรม แต่สิ่งที่ขาดคือทักษะแบบเต๋าและความประพฤติที่มีคุณธรรม การศึกษาและประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” เมื่อศึกษาแล้วต้องใช้ การฝึกปฏิบัติคือไปแก้ไขปัญหา เมื่อแก้ไขปัญหาได้ จึงเรียกได้ว่าฝึกปฏิบัติจริง หากแก้ปัญหาไม่ได้ แสดงว่ายังมิได้เข้าสู่ประตูแห่งการฝึกปฏิบัติ


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 12 ธันวาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1406)

* * *


** 圣人的强大,是大而不自以为大,强而不自以为强,总能把自己摆在低位,那么资源和人才就会向你汇聚,爱也会一直眷顾着你——因为,爱的工作就是寻找最低、最空、最广大的所在。人与人之间、国与国之间,无论地位高低、实力强弱,都要彼此尊重、平等互助、和平共处——这个准则就是大道对天下的准则。只有甘愿托起别人,才能更好地守护自己。

早安!* * *


12道不是玄学,是先天地生的本源

《道德经第47章分享暨平安月祝福》连载12


六、道不是玄学,是先天地生的本源。


对于“不出户知天下,不窥牖见天道”,很多人认为这是老子在讲玄学。其实,《道德经》是一本打造圣人的书,老子讲的是圣人的意境与能力。圣人抱一专注的有道状态,让他就像一滴水在大海中通行无阻一样,既能进入高维空间,也能出入低维空间。


什么是“有道”?道不是玄学,而是先天地生的本源。只有内修内证,才能观宇宙之妙,得天地之道。实际上,道并不神秘。天下万物都由道而生,有体有用,道也一样,是有体有用的。所谓“体”是指物体本身;“用”则指它的作用。比如手机,机器本身是“体”;它还能用来打电话、看新闻,这就是“用”。


对于道来说,道的体是“无”,就是惟恍惟惚、寂兮寥兮。老子说道像橐龠,也就是生火用的风箱,往里面一看,空空如也,但稍微用点力,就虎虎生风。道的用就是“冲”,运行的方式就是“道冲而用之或不盈”。这种力量生生不息、恢弘磅礴,正因为永不盈满,所以无穷无尽。人也是大道所生,我们的所作所为也必须符合大道规律,才能生生不息、通达无碍。


这些文字,我们都认得,但放在一起,理解起来却很困难。这样的情景,就好比有人站在山顶对您说:“快上来,山顶的风光太震撼了!远处有巍峨群山,近处有奇花异草。但上来时要注意,前面有个峭壁,你要先踩住这里,再跳过那里,才能上来。”


在没登顶之前,我们真的很难了解山顶的人在讲什么。有时,听了以后,不过是大体留了些印象,而若是先入为主,往往会把陡坡错认为峭壁。所以,不到那个境界是没法深刻理解那些话的真实性的。只有那些离山巅只有一步之遥的人,他已经远远看到了那番景象,只差高人指条明路,就可以到达了。这时,得道的人一点拨,他立刻就知道路该怎么走了。


《道德经》上的话,言极俭,义极深,都是直截了当的大白话。真正高明的人才能做到深入浅出,同时还能直达本源、撞击心灵。《道德经》所言,实际上就是对山顶风光的描绘,但若停留在文字上,再怎么琢磨都体悟不到那种妙用。


人都不缺道、不缺德,缺的只是道行(hang)和德行。《道德经》学用,学了要用——修行就是去解决问题的,能解决问题,就是真修行;解决不了问题,就是没进修行的门。


赵妙果,2021年12月12日,第1406天

4 views0 comments