คำอำนวยพร 15 ตุลาคม 2564


** เชื่อมั่นอยู่ตลอดว่า  ชีวิตคนเราไม่มีประสบการณ์ใดที่ไร้ประโยชน์  ทุกการจัดสรรล้วนมีความหมาย  บาดแผลทั้งหลายที่เราเคยได้รับ  ความยากลำบากที่เราเคยฝ่าฟัน  สักวันจะทำให้เรากลายเป็นแสงที่สุกสว่างมากขึ้นในอนาคต  ขอเพียงเราก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ  จะสามารถก้าวพ้นจากดินโคลนใต้ฝ่าเท้าได้  เมื่อเราบอกลาพื้นที่คับแคบในอดีต  ท้ายที่สุดจะได้พบกับความสว่างสดใสดั่งทะเลดวงดาว


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 45 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการเกิดใหม่


[สงบนิ่งไร้ความทะยานอยาก จึงจะได้พบตนเองในแบบที่ดีขึ้น]


3.3 สงบนิ่งไร้ความทะยานอยาก จึงจะได้พบตนเองในแบบที่ดีขึ้น


คำว่า “สมบูรณ์” และ “เปี่ยมล้น” ในประโยคที่ว่า “สมบูรณ์เลิศคล้ายบกพร่อง” และ “เปี่ยมล้นคล้ายว่างเปล่า” ที่ท่านเหลาจื่อกล่าวถึงก่อนหน้านี้ สามารถเข้าใจได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังอาจเข้าใจได้ว่าประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง ซึ่งสอดคล้องกับ “ชื่อเสียง” และ “ทรัพย์สิน” จากประโยคที่ว่า “ชื่อเสียงกับร่างกายอะไรใกล้ตัว ร่างกายกับทรัพย์สินอะไรสำคัญ” ในบทที่แล้ว ดังนั้น แม้อริยบุคคลจะสร้างคุณูแก่ทั่วหล้า แต่กลับไม่แสดงผลงานของตน นี่คือการรักษาตนอยู่ในสภาวะ “คล้ายบกพร่อง” ดังนั้น จึงไม่เสื่อมสูญ ทำนองเดียวกัน เจ้าเมืองแม้มีความสูงศักดิ์ แต่หากสามารถมองข้ามตำแหน่งของตนได้ นี่คือการรักษาตนอยู่ในสภาวะ “คล้ายว่างเปล่า” ดังนั้น จึงไม่หมดสิ้นเช่นเดียวกัน


ขอยกตัวอย่างท่ามกลางการดำเนินชีวิต หากคนยุคนี้อย่างเรามีกำลังเหลือเฟือ มักจะซื้อประกันภัยชนิดต่าง ๆ ไว้ แก่นสารของการประกันภัยคือการรวบรวมกำลังของมหาชนไปช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบาก เพื่อลดความเสี่ยงในสถานการณ์วิกฤติ เมื่อเราจ่ายค่าเบี้ยประกันไปแล้ว หากกล่าวในด้านของทรัพย์สิน แน่นอนว่าจำนวนเงินของเราลดลง แต่ได้เพิ่มความรู้สึกว่าปลอดภัยมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้ยกระดับสูงขึ้นมาก ดังนั้น เราจึงยินดีรักษาสภาวะที่มีน้อยและว่างเปล่านี้ไว้ แม้ว่าจะจ่ายเงินไปแล้ว แต่ไม่มีใครคาดหวังให้ตนเป็นผู้รับเงินชดใช้ที่ชอบธรรมก้อนนั้น นี่คือสภาวะ “มิเสื่อมสูญ” และ “มิจบสิ้น” ที่เกิดจากการรักษา “คล้ายบกพร่อง” และ “คล้ายว่างเปล่า” ไว้ จะเห็นได้ว่าความ “สมบูรณ์เลิศคล้ายบกพร่อง เปี่ยมล้นคล้ายว่างเปล่า” ไม่ใช่วิภาษวิธีที่ง่าย ๆ แต่เป็นภูมิปัญญาอันสมบูรณ์ที่แฝงเร้นด้วย “การเข้าใจเหตุผล” และ “ความชาญฉลาดล้ำลึก” ไว้


หากกล่าวว่าสมบูรณ์เลิศคล้ายบกพร่องและเปี่ยมล้นคล้ายว่างเปล่าต่อเนื่องจาก “รู้จักพอไม่อดสู” ถ้าเช่นนั้นความเที่ยงตรงมากคล้ายคดงอ หลักแหลมมากคล้ายโง่งม และมีคารมคมคายดุจซื่อ ๆ จะสอดคล้องกับ “รู้หยุดได้เหมาะไม่มีภัยร้าย” ทั้งสามสิ่งนี้ยังเป็นการพรรณนาถึงผู้บรรลุเต๋า แม้ภายนอกของพวกเขาจะดูซื่อ ๆ โง่ ๆ แต่ภายในจิตใจกลับรอบรู้รอบด้าน ในชีวิตคนเรา มีเพียงผู้ที่ทำจิตใจให้สงบนิ่งและมีอารมณ์มั่นคงได้ จึงจะมองเห็นความเป็นจริงได้อย่างชัดเจน และจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีวันหมดสิ้นได้ดี เป็นเพราะภายในจิตใจของเขาสงบนิ่งไร้ความทะยานอยาก ดังนั้น ความสามารถในการสำรวจของอวัยวะสัมผัสต่าง ๆ จึงทำงานได้ดี


ดังนั้น ความสงบนิ่งไร้ความทะยานอยากคือภูมิปัญญาสูงสุดอย่างหนึ่ง ความสามารถประเภทนี้สามารถฝึกฝนได้ด้วยการกลับมาสำรวจภายในตนเองอย่างไม่ขาดสาย เมื่อเวลาผ่านไป ความสามารถในการสังเกตเห็นและความสงบนิ่งต้องยกระดับขึ้นแน่นอน หากคนเรามีความสามารถในการสำรวจและยกระดับตนเอง จะเติบโตและก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว อันที่จริง สิ่งสำคัญที่สุดบนเส้นทางแห่งการพัฒนามิใช่การมองเห็นผู้อื่นได้ชัดเจน แต่เป็นการมองเห็นตนเองได้ชัดเจนต่างหาก เช่นนี้แล้ว จึงจะพบเห็นตนเองในแบบที่ดียิ่งขึ้น


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 15 ตุลาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1349)

* * *


** 始终相信,人生没有无用的经历,所有的安排都有意义。那些你曾经受过的伤,经历过的磨难,不过是为了让你在未来某天,变成更耀眼的光。只要你勇敢地前行,就一定能摆脱脚下的泥泞;当你告别了过往的半亩方塘,你终会遇见星辰大海般的璀璨。

早安!* * *


15清静无欲,才能遇见更好的自己

《道德经第45章分享暨新生月祝福》连载15


九、清静无欲,才能遇见更好的自己。


前面,老子所说的“大成若缺”和“大盈若冲”中的“成”和“盈”既可以理解为功圆道满,也可以理解为功成名就,对应的是上一章中“名与身孰亲,身与货孰多”中的“名”和“货”。所以,圣人虽然功济天下,却不自见(xiàn)其功,这就是主动让自己保持在“若缺”的状态里,因而不会败亡;同样,如果君王虽然位尊万乘(shèng),但能不视其位,这就是主动让自己保持在“若冲”的状态中,因此也不会穷尽。


举个生活中的例子,我们现代人若有余力,都会上各种各样的保险。保险的本质是汇聚众人之力,去帮助遇到困难的个人,以降低无常带来的风险。我们把保费交了,从财货上来讲,钱是实打实的少了;但安全感则一下增强了,因为感觉自己未来的抗风险能力大幅提高了。所以,我们都愿意保持这种少和空的状态——虽然交了钱,但谁也不希望自己成为获得理赔款的那个人。这就是一种因为保持“若缺”和“若冲”产生的“不蔽”和“不穷”的状态。由此可见,“大成若缺,大盈若冲”不是简单的辩证法,而是蕴含着“袭明”和“微明”圆满智慧。


如果说大成若缺和大盈若冲承接了“知足不辱”的话,后边的大直若屈、大巧若拙和大辩若讷则对应着“知止不殆”,这三者也是对得道者的描绘——他们虽然表面上看起来傻乎乎的,但内心却通达明了。而人生中,只有那些能静得下心、稳得住情绪的人,才能看得清真相,理得好层出不穷的问题。这是因为他内心清静无欲,所以各个感官的观照能力都极其强大。


所以,清静无欲是一种极高的智慧,这种能力是可以通过返观内照的方式不断自我训练的,若假以时日,觉察必然提升、清净一定升起。一个人,如果拥有自我扫描和升级的能力,就能快速成长进步。其实,成长的路上最重要的不是看清别人,而是看清自己——这样,才能不断遇见那个更好的自己。


赵妙果,2021年10月15日,第1349天

1 view0 comments