คำอำนวยพร 18 กุมภาพันธ์ 2565



** ทุกคนล้วนมีข้อบกพร่อง การฝึกปฏิบัติคือการแก้ไขข้อบกพร่อง ทำชีวิตให้สมบูรณ์ นี่มิใช่เรื่องง่าย เพราะต้องศึกษาให้แตกฉาน และยืนหยัดในความเชื่อ ทั้งยังนำสิ่งที่ศึกษาไปประยุกต์ใช้ และรวบรวมพลัง เหตุผลคือสิ่งที่บอกเล่าให้ฟังได้ แต่เหตุผลมิใช่เต๋า เช่นเดียวกับฟิสิกส์ (หลักเหตุผลของวัตถุ) ที่ไม่ใช่วัตถุ เต๋าคือสิ่งที่ต้องตื่นรู้ด้วยตนเอง


คำอำนวยพรอรุณสวัสดิ์

จากอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 49 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์


[จิตใจกว้างขวางเท่าใด มีความสามารถมากเพียงใด จึงมีผลงานมากเท่านั้น]


3.3 จิตใจกว้างขวางเท่าใด มีความสามารถมากเพียงใด จึงมีผลงานมากเท่านั้น


อริยบุคคลเปลี่ยนความปรารถนา เพราะเขามองเห็นว่าความดีและความชั่วคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง แต่สัญชาตญาณของมนุษย์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และไม่มีการแบ่งแยกว่าดีหรือชั่ว ในบทที่ 2 ท่านเหลาจื่อกล่าวว่า “ทั่วหล้ารู้ว่ามีความดี จึงมีความชั่ว” หมายความว่า การตัดสินความดีเลวเป็นเพียงมุมมองที่แตกต่างกัน หากใช้สิ่งนี้เป็นเหตุไปปฏิบัติไม่ดีต่อผู้อื่น จะเป็นการกระตุ้นต่อความชั่ว อยากหวนคืนสู่ความเรียบง่าย จำเป็นต้องกำจัดการถือทิฐิ โดยไม่คำนึงถึงทั้งความดีและความชั่ว จึงจะสอดคล้องกับเต๋าได้


การเปลี่ยนความปรารถนาตามความต้องการของมวลชน มิใช่การเป็นแม่ที่ตามใจลูกหรือเป็นคนดีที่ไม่มีหลักการ แต่มีความสามารถในการ “รู้กฎเต๋าจึงรองรับได้” ซึ่งสามารถกุมพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ได้ ปฏิบัติตามเต๋า ใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ และ ปรับเปลี่ยนตามโอกาส นี่คือภูมิปัญญาที่แท้จริงของความรักอันยิ่งใหญ่


สรรพสิ่งเกิด แก่ เจ็บ ตายตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นอิสระอย่างสิ้นเชิง แต่ในขณะเดียวกัน สรรพสิ่งยังต้องปฏิบัติตามกฎแห่งความสมดุลของจักรวาลด้วย ภาพแสดงออกของกฎแห่งความสมดุลคือ “กฎแห่งกรรม” อริยบุคคลเข้าใจขั้นตอนทั้งหมดนี้เป็นอย่างดี จึงไม่มีความคิดเกี่ยวกับความใกล้ชิดหรือเหินห่าง เพราะสรรพสิ่งต้องมีการเกิดดับ ล้วนสร้างสรรค์ด้วยตนเอง หากใครยืนกรานที่จะทำลายสภาพแวดล้อมการอยู่รอดของตน อริยบุคคลก็จะไม่ห้ามปราม

การปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ คือความดีงามและเชื่อถือความมีคุณธรรม นี่คือการให้อภัยผู้อื่น การสลายป้อมปราการส่วนบุคคล และกระบวนการแปรเปลี่ยนส่วนตนไปสู่ส่วนรวม ในชีวิตคนเรา จิตใจกว้างขวางเท่าใด มีความสามารถมากเพียงใด จึงมีผลงานมากเท่านั้น


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565

(เผยแพร่วันที่ 1474)

* * *


** 人人都有弱点,修行就是完善弱点,圆融生命。这不是简单的事,既要学以明理,坚定信念;还要学以致用,凝聚力量。道理,别人可以讲给您听,但道理不是道,就像物理不是物一样,道要自己去证悟。

早安!* * *


18胸怀有多大,能力有多大,作为就有多大

《道德经》第49章分享暨播种月祝福》连载18


九、胸怀有多大,能力有多大,作为就有多大。


圣人无常心,是因为他看到善恶是变化的,而人的真性是不变的,也没有善恶之分。老子在第二章中说“天下皆知善之为善,斯不善已”,意思就是评判善恶只是角度不同,但若以此为由,恶待他人,就会激发凶恶。要想回归淳朴,就必须突破执著,不思善也不思恶,才能与道相合。


以百姓心为心,不是做一个溺爱的母亲或没原则的老好人,而是具有“知常容”的能力,能掌握人性的根本,顺道而行,因势利导,随缘而化,这是长情大爱的真智慧。


万物顺天性而生老病死,完全是自由的。但同时,万物也要遵循宇宙的平衡规律——平衡规律的表现就是“因果法则”。圣人正是明了这一切的有序运动,才不会生出亲疏远近的念头,因为万物要生要灭,全在自己创造。如果谁执意要破坏自己的生存环境,圣人也不会阻拦。


遵循这些规律,就是德善与德信——这是一个包容他人、消融个人壁垒、化小我为大我的过程。人生中,胸怀有多大,能力有多大,作为就有多大。


赵妙果,2022年2月18日,第1474天



8 views0 comments