คำอำนวยพร 18 ธันวาคม 2564



** คำว่า “อู๋เหวย” หมายถึงการให้ความสำคัญกับ “ไม่มี” ในโลกทางจิตวิญญาณ  แต่กระตือรือร้น “กระทำ” ในโลกจริง  “ไม่มี” ในจิตวิญญาณ คือการปล่อยวางแนวคิด ความยึดติด และการได้เสีย การ “กระทำ” ในโลกจริง คือการทำดีเสมอต้นเสมอปลาย รับผิดชอบหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และดีงามให้ถึงที่สุด ทั้งสองสิ่งนี้ หนึ่งคือสภาวะจิต อีกหนึ่งคือคำพูดและการกระทำ ทั้งสภาวะจิต คำพูด และการ กระทำต้องเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า  จึงจะเป็นสภาวะที่ดีที่สุดของชีวิต


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 47 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสงบสุข


[ “เต๋า” ที่แท้จริงมิได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้]


1.3 จะฝึกฝน “ไม่ต้องเดินทางก็รู้ได้ ไม่ต้องดูก็รู้มูลเหตุ ไม่กระทำตามใจกลับได้ผล” ให้สำเร็จได้อย่างไร


“เต๋า” ที่แท้จริงมิได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้ แม้ว่าเราจะเดินทางไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ก็ไม่อาจเห็นเงาของเต๋าได้ ดังนั้น วิธีการฝึกฝนเต๋าของอริยบุคคลคือการสำรวจภายในของตนเอง มิใช่การฟังและมองออกไปข้างนอก


ท่านเหลาจื่อได้อธิบายถึงวิธีการนี้ไว้ในคัมภีร์บทที่ 1 แล้วว่า “ ‘ไม่มี’ สำรวจลี้ลับเต๋าได้ ‘มี’ สำรวจจุดเริ่มและสิ้นสุดได้” กล่าวคือ ผู้ฝึกฝนเต๋าทำได้เพียงวิธีการสำรวจ ฝึกฝน และพิสูจน์ภายในของตนเองเท่านั้น จึงจะค้นพบความลี้ลับของจักรวาล และแสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มและสิ้นสุดของสรรพสิ่งได้ คำว่า “ลี้ลับ” หมายถึง ไร้รูปลักษณ์ ไร้ขอบเขต ไม่ถูกการดำรงอยู่ของมีรูปทำให้มีความตายตัว ส่วน “จุดเริ่มและสิ้นสุด” นั้นตรงกันข้าม หมายถึง มีรูปลักษณ์ มีขอบเขต และถูกการดำรงอยู่ของมีรูปทำให้ดำรงอยู่อย่างตายตัว


การเข้าใจเต๋าและสำรวจทั่วหล้าล้วนต้องให้ความสำคัญกับรูปแบบและวิธีการ การปกครองด้วยเต๋าขึ้นอยู่กับการ “สำรวจ” จริง ๆ


ในคัมภีร์บทที่ 54 ท่านเหลาจื่อได้นำเสนอว่า “สำรวจตนจะเข้าใจผู้อื่น สำรวจครัวตนก็เข้าใจครอบครัวอื่น สำรวจหมู่บ้านใดจะเข้าใจหมู่บ้านอื่น สำรวจประเทศใดจะเข้าใจประเทศอื่น สำรวจทั่วโลกจะเข้าใจทั่วจักรวาล” ความหมายคือ อริยบุคคลสำรวจผู้อื่นโดยผ่านการสำรวจตนเอง สำรวจครอบครัวอื่นโดยผ่านการสำรวจครอบครัวตนเอง สำรวจหมู่บ้านอื่นโดยผ่านการสำรวจหมู่บ้านตนเอง สำรวจประเทศอื่นโดยผ่านการสำรวจประเทศตนเอง สำรวจอดีตและอนาคตของทั่วหล้าโดยผ่านการสำรวจความเป็นจริงในปัจจุบัน


สำหรับผู้ที่สันทัดเข้าใจเต๋า สามารถใช้การคิดของตนอนุมานถึงความคิดเห็นของผู้อื่น ใช้เรื่องราวของตนอนุมานถึงประสบการณ์ของผู้อื่น นี่คือสติปัญญาที่แท้จริง เมื่อมีความสามารถนี้แล้วจึงจะสามารถ “ไม่ต้องเดินทางก็รู้ได้ ไม่ต้องดูก็รู้มูลเหตุ ไม่กระทำตามใจกลับได้ผล” คือไม่จำเป็นต้องออกเดินทางก็สามารถสัมผัสรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องสำรวจก็รับทราบ ไม่จำเป็นต้องฝืนพยายามกลับประสบความสำเร็จ


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 18 ธันวาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1412)

* * *


** 所谓“无为”就是在心灵世界中重视“无”,而在现实世界中积极“为”。心灵中的“无”是放下概念、放下执著、放下得失;现实中的“为”是善始善终、尽职尽责、尽善尽美。这两者,一个是心态,一个是言行,心态与言行必须统一在大道中,才是生命最好的状态。

早安!* * *


18真正的“道”不在世界上任何一个地方

《道德经第47章分享暨平安月祝福》连载18


十二、“不行而知,不见而明,不为而成”是怎么练成的?


真正的“道”不在世界上任何一个地方,即使您走遍天涯,也不会见到道的影子。所以,圣人的修道方法是内省,而不是耳目的外驰。


老子在第一章中就讲了这个方法:“常无欲以观其妙,常有欲以观其徼。”也就是说,修道之人只能以观修内证之法,才能得见宇宙之妙,尽显万物之徼。所谓“妙”指的是无形无相、无边无界,不会被具象的存在固化;而“徼”则相反,指的是有形有状、有边有界,会被具象固化的存在。


悟道、观天下都要讲究方式方法,大道之治确实在于“观”。


老子在第五十四章中提出了:“以身观身,以家观家,以乡观乡,以邦观邦,以天下观天下。”意思就是,圣人通过自身观察他人,通过本家观察他家,通过本乡观察他乡,通过本邦观察他邦,通过现实的天下观察过去或未来的天下。


对于一个善于悟道的人来说,可以以已之思推及他人之想见,以已之事推及他人之历经,这就是真正的智慧。有这种能力才能做到“不行而知,不见而明,不为而成”,即不必出行却能感知,不必察看却能通晓,不必强行作为却能成功。


赵妙果,2021年12月18日,第1412天

1 view0 comments