คำอำนวยพร 19 กันยายน 2564

Updated: Oct 11, 2021


** การแสดงออกทางสีหน้า  สายตา  หรือภาษากายของคนเรา  ล้วนแสดงให้เห็นถึงความคิดภายในจิตใจ  "สื่อข้อมูล" ส่วนใหญ่ของเราจะถูกเขียนอยู่บนใบหน้า  บางคนมีประสบการณ์ชีวิตมาก  ก็อาจอ่านสิ่งต่าง ๆ บนใบหน้าเราออกได้หลายอย่าง  สีหน้าและอารมณ์ของเราจะทำให้ผู้อื่นเลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมกับเรา


หากในการคบหาเราแสดงอารมณ์ของสุขภาพแข็งแรงและความสุขออกมา  จะทำให้ผู้อื่นอารมณ์ดีไปด้วย  หากเราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นมิตร  ผู้อื่นก็จะปฏิบัติต่อเราอย่างเป็นมิตร  นี่คือการปฏิสัมพันธ์ที่ดี  หากเราควบคุมอารมณ์ของตนไม่ได้  ปล่อยให้อารมณ์ที่ไม่ดีแผ่ออกมา  ผู้อื่นก็จะใช้อารมณ์ที่ไม่ดีมาปฏิบัติต่อเราเช่นกัน  และจะก่อตัวเป็นวงจรเชิงลบ


เมื่อเราพบว่าตนเองอยู่ในสภาวะไม่สมดุลที่ "เย็น" หรือ "ร้อน" เกินไป  ต้องทำให้ตนกลับสู่สภาวะปกติที่สงบนิ่งเป็นวิถีที่ใช้ทั่วหล้า  นี่คือทักษะในการฝึกปฏิบัติ


อรุณสวัสดิ์ ***


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 44 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งพลัง


[ความคิด คำพูด และการกระทำที่เกินพอดี ล้วนอยู่ในปริมณฑลของความโลภ]


1.3 ความคิด คำพูด และการกระทำที่เกินพอดี ล้วนอยู่ในปริมณฑลของความโลภ


ชีวิตคนเรามีสิ่งค้ำจุนพื้นฐานสองประการที่ขาดไม่ได้ ประการหนึ่งคือการยอมรับคุณค่าของตนเอง อีกประการหนึ่งคือเงื่อนไขสนับสนุนด้านวัตถุ


ชื่อเสียง คือป้ายบอกมูลค่าทางสังคมของคนเรา และยังถือเป็นข้ออ้างอิงถึงการยอมรับคุณค่าของตนเอง วัตถุยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง หากไม่มีวัตถุ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจอยู่รอดได้ ดังนั้น ชื่อเสียงและทรัพย์สินเงินทองล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิตเพื่อตั้งหลักปักฐาน และเป็นสิ่งที่ภายในร่างกายไม่อาจแยกจากกันได้แม้เพียงครู่เดียว แต่เราจำเป็นต้องกะประมาณให้ดี ต้องรู้จักหยุดให้เหมาะสม อย่าหลงระเริงไปกับความทะยานอยาก แล้วทำให้ชื่อเสียงผลประโยชน์ซึ่งเป็น “วัตถุนอกกาย” ที่เกินพอดีเป็นภาระแก่ชีวิตเด็ดขาด ต้องรู้ว่า ความคิด คำพูด และการกระทำที่เกินพอดี ล้วนอยู่ในปริมณฑลของความโลภ


สังคมคือองค์ดุลยภาพของการแบ่งผลประโยชน์กันบนพื้นฐานที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ทันทีที่การยอมรับร่วมกันถูกทำลาย ความมั่นคงก็ถูกทำลายไปด้วย ผู้เสียผลประโยชน์จะรวมตัวกันโจมตีผู้ได้ประโยชน์ กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ ขนมเค้กมีขนาดใหญ่เท่านี้ เดิมทีทุกคนเข้าใจว่าควรแบ่งเฉลี่ยตามการมอบอุทิศ แต่มีบางคนไม่รักษากฎกติกา ใช้เล่ห์เพทุบายกอบโกยผลประโยชน์ ครอบครองส่วนที่เป็นของผู้อื่น ดังนั้น ทุกคนย่อมไม่พอใจ ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งขึ้น นี่จึงเป็นเหตุให้เหตุการณ์ “ตระหนี่เกินไปจะสิ้นเปลืองมาก สมบัติล้นฟ้ากลับเสียหายยับเยิน” ที่ไม่สงบเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประวัติศาสตร์ตลอดมา


เดิมทีคนเราล้วนมีชีวิตที่ดี การ “รู้จักพอลดละกิเลส” คือคุณธรรมที่ดีงามตามธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว ขอเพียงขัดเกลาคุณสมบัตินี้ให้เป็นอัตลักษณ์ เราทุกคนจะสามารถหวนคืนสู่ชีวิตที่สมบูรณ์และอิสรเสรีอย่างยั่งยืนยาวนานได้ หากเราใช้ “คุณธรรม” เป็นข้ออ้างอิงของความสามารถในการรองรับ ใช้ “เต๋า” เป็นมาตรฐานของการรู้จักพอและหยุด จึงสามารถทำให้ระบบรองรับของชีวิตมีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าจะเป็นความคิดและจิตใจ หรือชื่อเสียงและทรัพย์สิน มีเพียงสิ่งที่ถูกรองรับได้เท่านั้นจึงจะมีคุณค่าต่อเรา ในทางกลับกัน หากเกินความสามารถในการรองรับของตน สิ่งนั้นจะดีอย่างไรก็จะนำผลด้านกลับมาให้


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 19 กันยายน 2564

(เผยแพร่วันที่ 1324)

***

** 人的表情、眼神或肢体语言都能显现出你的内在心思,人的很多“信息”都写在脸上,有些人生经历比较丰富的人,也都能从你的脸上读出不少东西来。你的表情情绪,会让他人对你采取相应的交往方式。


如果在交往中你把健康快乐的情绪表现出来了,就能给别人带来良好的情绪,你友好地对待别人,别人也就友好地对待你,这就是良性互动,如果你控制不了自己的情绪,让那些不良的情绪发泄出来了,那别人也同样会以不良的情绪来对待你,就会形成恶性循环。


当我们发现自己处于“寒”或“热”的不平衡状态时,就要让自己恢复正常到清静为天下正的状态,这就是修养的功夫。


早安!***


19 过度的念思言行属于贪欲范畴

《道德经第44章分享暨能量月祝福》连载19


再次,凡过度的念思言行都属于贪欲范畴。


人生有两个不可或缺的基本支撑:一个是自我价值的认定;另一个是物质条件的支持。


名声,是一个人社会价值的标签,也可以算是自我价值认定的依据。物质就更不用说了,离开物质,谁都无法生存。所以,名声与财物都是安身立命的基本生活资料,是不可须臾分离的身内之物。但我们必须把握住一个度,要懂得适可而止,千万不可放纵欲望,让过度的名利成为拖累生命的“身外之物”——要知道,凡是过度的念思言行都属于贪欲的范畴。


社会是基于共识标准的利益分配平衡体。一旦共识被打破,稳定也就被打破了,失利者必然会联和起来攻击得利者。简单说,蛋糕就这么大,大家原本默认应该按贡献均分,但有些人却不守规矩,巧取豪夺、多占了别人的份额,那大家当然不乐意了。因此,纷争就会出现。这也导致了人类一直在演绎着一部“甚爱必大费,多藏必厚亡”的动荡历史。


人,原本都是好命的!“知足寡欲”正是人类天性中的美德,只要亮化这个品质,我们都能回到生命地久天长的圆满自在之中!若我们以“德”为承载力的依据,以“道”为知足、知止的标准,就能使自己的生命承载系统持续稳定。因为,无论是思想精神、还是名利财货,只有能够被承载的才对我们有价值;反过来,如果超过了自己的承载力,再好的东西也会带来负面效果。


赵妙果,2021年09月19日,第1324天

0 views0 comments