คำอำนวยพร 19 ตุลาคม 2564


** ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงการรับใช้และอุทิศ การกล่าวถึงการรับใช้และอุทิศหยิ่งยโส​เกินไป เพราะเดิมทีมิได้มีการรับใช้หรืออุทิศแต่อย่างใด เมื่อเราทุ่มเทเพื่อผู้อื่น คนที่ได้รับประโยชน์แท้จริงแล้วมิใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นตัวเราเอง เพราะสรรพสิ่งล้วนเป็นกายทิพย์เดียวกัน ดังนั้น อย่าคิดแต่เรื่องชมเชย การทะเลาะวิวาท การครอบครอง การพึ่งพาและการควบคุมผู้อื่น..  คนเราต้องสำรวจตนเอง ทำตนให้ดี ในความลี้ลับย่อมเกิดสิ่ง​อัศจรรย์ได้อย่างไม่คาดคิด อันที่จริง ความคิดที่กระตือรือร้นคือพลังงานที่กระตือรือร้น ​ การรวมศูนย์ความคิดคือการรวมศูนย์พลังงาน หากเรารักษาพลังงานนี้ไว้ในร่างกายได้  จึงจะรวมตัวกันเป็นแก่นสาร ลมปราณ และจิตวิญญาณของคนเรา ความปรองดองและความสวยงามของโลกภายนอกย่อมมาจากความเมตตานุ่มนวลและสงบนิ่งของโลกภายในอย่างแน่นอน จึงเรียกว่า “รูปโฉมโนมพรรณเกิดจากจิตภายใน”


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 45 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการเกิดใหม่


[การฝึกปฏิบัติคือ “ตามกระแสนั้นธรรมดา ทวนกระแสสิเซียน”]


1.3 การฝึกปฏิบัติคือ “ตามกระแสนั้นธรรมดา ทวนกระแสสิเซียน”


อันที่จริง ในสายตาของผู้มีเต๋าไม่มีสภาวะ “การเล่นกีฬาชนะความหนาวเหน็บ นิ่งชนะร้อนแรง” ที่สิ่งหนึ่งลดทอนอีกสิ่งหนึ่งเช่นนี้ แต่จะอยู่ในสภาวะที่ “สงบนิ่งอู๋เหวย” มาแต่แรกแล้ว นั่นคือลักษณะของจักรวาลที่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น แต่ผู้คนส่วนมากไม่อาจรักษาดวงจิตที่บริสุทธิ์ดั่งทารกไว้ได้ เลี่ยงไม่ได้ที่จะหมุนเวียนไปตามโลกโลกีย์ ไม่อาจใช้ภูมิปัญญาก่อนกำเนิดมาสู่ต้นธารได้โดยตรง ใช้ได้เพียงแต่มันสมองหลังกำเนิดมาคิดวิเคราะห์ และมองโลกใบนี้จากความดีความชั่วของส่วนบุคคล ดังนั้น จึงมีการแบ่งแยกการเคลื่อนไหว ความหนาวเหน็บ ความนิ่ง และร้อนแรง แล้ววิวัฒนาการเป็นสภาวะสองขั้วที่ก่อเกิดและข่มซึ่งกันและกัน


แต่การฝึกปฏิบัติคือ “ตามกระแสนั้นธรรมดา ทวนกระแสสิเซียน” หากตามกระแสทิศทางที่ “เต๋าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิดสาม สามให้กำเนิดสรรพสิ่ง” มีชีวิตอยู่ในแนวความคิดของชื่อเสียงและรูปลักษณ์ที่นับวันยิ่งซับซ้อนและละเอียดมากขึ้น นี่คือการทำให้ตนเองกลายเป็นเวไนยสัตว์ เนื่องจากเวไนยสัตว์มองไม่เห็นมูลเหตุและผลกรรม ดังนั้น จึงหลีกไม่พ้นการใช้ชีวิตอันมีค่าของตนไปตามอำเภอใจ


อันที่จริง ทุกคนล้วนเป็นเต๋าที่เคลื่อนที่ เราล้วนเป็นว่าที่พุทธะ ขอเพียงเป็นผู้ที่ในใจมีเต๋า และใฝ่หาเต๋าสุดใจเท่านั้น จึงจะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนเป็นบททดสอบ ที่สุดแล้วสิ่งที่มิใช่เรานำมาเหล่านี้ เราจะนำไปด้วยไม่ได้เช่นกัน สิ่งที่เรานำพาไปได้ มีเพียงจิตวิญญาณและคุณงามความดีที่ได้ยกระดับสูงยิ่งกว่าตอนมา ดังนั้น จึงมีเพียงผู้ที่ใฝ่หาเต๋าเท่านั้นที่ยอมปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเดินหันหลังกลับไปสู่เส้นทางกลับบ้านที่ “คนเจริญรอยตามดิน ดินเจริญรอยตามฟ้า ฟ้าเจริญรอยตามเต๋า เต๋าเจริญรอยตามธรรมชาติ” สุดท้าย เมื่อเราสวนกระแสความเคยชิน เปลี่ยนนิสัย และมีความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ จะเป็นเวลาที่เราหวนคืนสู่ความสงบนิ่ง นี่คือ “สงบนิ่งเป็นวิถีที่ถูกต้องใช้ทั่วหล้า”


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 19 ตุลาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1353)

* * *


** 不必讲服务,讲奉献,讲服务讲奉献太骄傲,因为根本就没有服务奉献!当您为别人付出时,那个真正获利的也不是别人,而是您自己,万物皆是同一体。不要老想表扬,不要老想是非,不要老想占有,不要老想依靠,不要老想控制……内观自己,做好自己,玄玄之中自有奥妙!积极思维就是积极能源,集中思维就是集中能源,这种能量留驻于身,就汇集成我们的精气神。外在世界的和谐美丽,必然来自内在世界婴儿般的柔和合一,这就是所谓的“相由心生”。

早安!* * *


19修行是“顺则凡,逆则仙”

《道德经第45章分享暨新生月祝福》连载19


十二、修行是“顺则凡,逆则仙”。


实际上,在有道者眼中,本来没有“躁胜寒,静胜热”这种一物降一物的状态,而是从一开始就处于“清静无为”之中,那就是宇宙自如本然的样子。但绝大多数人守不住这颗赤子之心,难免随着尘世轮转,不能再使用先天智慧来直入本源,而是只会用后天的头脑思辨、个人好恶来看这个世界。所以,才会有躁寒、静热的分别,进而演化出两极相生相克的状态。


但修行是“顺则凡,逆则仙”的。如果顺着“道生一,一生二,二生三,三生万物”这个方向,活在越来越复杂、细致的名相概念里,这是把自己变成众生——众生因为看不到起始与因果,所以免不了胡乱使用自己宝贵的生命。


其实,每个人都是移动的道,我们都是未来佛。可只有心中有道、全心向道的人,才明白人世间的一切都是一场考试,最终这些不是自己带来的东西,我们同样一个也带不走。我们能带走的,只有比来时更高等级的心灵与功德。所以,只有向道之人才肯放下这一切,回头走,走“人法地,地法天,天法道,道法自然”的回家之路。最后,当我们逆习性、化秉性、圆满天性之际,也是回归于清静之时,这就是“清静为天下正”。


赵妙果,2021年10月19日,第1353天

1 view0 comments