คำอำนวยพร 19 พฤษภาคม 2565 (ไม่มีอรุณสวัสดิ์)



ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 52 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสมดุล


[เราเป็นผู้เลือกเส้นทางเอง จึงต้องช่วยเหลือตัวเอง]


“หากเปิดทางให้หลงระเริงไร้ขีดจำกัด ชั่วชีวิตมิอาจเยียวยา”


“เยียวยา” หมายถึง การช่วยเหลือ จัดการให้ราบรื่น ประโยคนี้หมายถึง หากปล่อยให้ประตูของความทะยานอยากเปิดอ้าตามอำเภอใจ ให้วัตถุภายนอกรบกวนจิตภายใน จะต้องมีภัยพิบัติต่อเนื่องแน่นอน ไม่อาจหลุดพ้นจากความทุกข์ยากได้ชั่วชีวิต


เต๋าที่ยิ่งใหญ่รักษาความไร้ เทพในจิตรักษาความสงบ หากสามารถทำจิตให้ว่างเปล่าสงบนิ่ง เต๋าที่ยิ่งใหญ่จะไหลผ่านเอง ผู้ที่ “เปิดทางให้หลงระเริง” มักจับจ้องแต่ภายนอก มองเห็นผู้อื่นเสพสุข ตนจึงอยากลองบ้าง ได้ยินความคิดเห็นของผู้อื่น ความเชื่อมั่นจึงสั่นคลอน เมื่อถูกผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์ ก็ไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ ไม่อาจเป็นนายของจิตตน แก่นสาร พลัง และจิตวิญญาณที่มีจำกัดย่อมถูกวัตถุภายนอกใช้หมดไป


ประสาทสัมผัสของมนุษย์มีความสามารถจำกัด ถูกภาพลักษณ์ภายนอกทำให้สับสนได้ง่าย ดังนั้น ท่านเหลาจื่อจึงเสนอว่า คนเราต้อง “ปิดสิ่งรบกวน” และอย่า “หลงระเริงไร้ขีดจำกัด” เพราะการทำงานด้วยจิตที่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง ไม่อาจประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน จิตที่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงจะจงใจสร้างปัญหาทั้งที่ไม่มีปัญหา ทะยานอยากเกินวาสนา ทำให้กายใจเหนื่อยล้า หากคนเรามองโลกด้วยใจ จึงจะมองเห็นความจริง ฟังเสียงด้วยใจ จึงแยกแยะความจริงและความเท็จได้ ทำงานด้วยจิตอู๋เหวย จึงมีคุณธรรมเช่นเดียวกับฟ้าได้


“ถ้ากั้นความโลภ ปิดสิ่งรบกวน” กับ “หากเปิดทางให้หลงระเริงไร้ขีดจำกัด” มีทิศทางเดินต่างกัน ผลลัพธ์ก็แตกต่างกัน คำว่า “ปิดกั้น” นั้นไม่น่าฟัง แต่เป็นวิถีทางถูกต้องที่ “ฝึกจิตภายในสงบนิ่ง รู้แจ้งเห็นจริง” ส่วนคำว่า “เปิดทาง” ดูแล้วไม่เลว กลับเป็นทางมิชอบที่ “ปล่อยใจตามกิเลสจะทำร้ายตนเอง และละโมบชื่อเสียงชอบผลประโยชน์” แต่เราเป็นผู้เลือกเส้นทางเอง จึงต้องช่วยเหลือตัวเอง คนนอกไม่อาจช่วยได้ ดังนั้น จึงกล่าวว่า “ชั่วชีวิตมิอาจเยียวยา”


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 19 พฤษภาคม 2565

(เผยแพร่วันที่ 1565)

* * *


19 路是自己选的,只能自我救赎

《道德经》第52章暨平衡月祝福连载19


原文:“开其兑,济其事,终身不救。”


“救”指救助、理顺。这句话表示,若任由欲望大开其门,让外物干扰内心,肯定祸患不断,终生无法拔苦离难。


大道守无,心神守静,如能虚心灭智,大道自会流经。“开其兑”者,总盯着外面:看到他人享乐,自己也跃跃欲试;听到他人意见,信心就摇摇欲坠;遭受他人非议,情绪就压制不住。做不了心的主人,有限的精气神则被外物耗散。


人的感官能力有限,容易被表象迷惑,所以老子才提出:人要“闭其门”而不要“济其事”。因为,抱着有为之心做事,不可能取得长久成功。有为之心会无事生非,到处攀缘,反而惹得身心俱疲。人若用心之眼看世界,才能见真相;用心之耳听声音,才能辩真伪;用无为之心做事,才能与天同德。


“塞其兑,闭其门”与“开其兑,济其事”走向不同,结果也不同。“塞闭”听着不美,但走的是“内修清静,明心见性”的正道;“开济”看着不错,却走了“纵欲害身、贪名好利”的邪路。但路是自己选的,也只能自我救赎,外人毫无办法,所以说“终身不救”。


赵妙果,2022年5月19日,第1565天

0 views0 comments