คำอำนวยพร 23 ตุลาคม 2564


** ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมที่มีเต๋า มิได้ขึ้นอยู่กับความหรูหราของเมืองหลวง แต่ขึ้นอยู่กับบุคคล ที่จะไม่เลือกทำงานใดเพียงเพราะเนื้อหาของงานมีสถานะทางสังคมโดดเด่น คนส่วนมากมีโอกาสเป็นผู้เลือกงาน โดยมิได้ถูกสังคมกดดันหรือจำกัดด้วยประวัติการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานทำความสะอาด ผู้ดูแลหอพักจะยิ้มแย้มต้อนรับด้วยความจริงใจและมีความสุขหรือไม่ ทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าทุกคนล้วนสำคัญ ผู้คนดูแลและช่วยเหลือกันและกัน นี่คือความปรองดองของสังคมที่มีอารยธรรม  และเป็นวัฒนธรรมของประเทศที่มีเต๋า


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 45 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการเกิดใหม่


[ร่างกายและชีวิตของแต่ละคนคือ “โลก” ใบหนึ่ง]


ประเด็นที่ 3 มีความคิดที่ไร้อัตตาและให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่น จึงจะก่อเกิดเป็นเส้นทางกลับสู่ความผาสุกของชีวิตได้


3.1 เมื่อเข้าใจความหมายแฝงของ “สงบนิ่ง” แล้ว จะเปรียบเสมือนได้รับหนังสือผ่านทางของเต๋าที่ยิ่งใหญ่


คำว่า “ถูกต้อง” ในประโยคที่ว่า “สงบนิ่งเป็นวิถีที่ถูกต้องใช้ทั่วหล้า” หมายถึง เต๋าที่ยิ่งใหญ่ หากไม่อาจทำให้ “ถูกต้อง” ได้ แม้ว่าจะประสบความสำเร็จเล็กน้อยแล้ว สุดท้ายมักกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จที่ล้มเหลว เต็มเปี่ยมแล้วย่อมสูญเสีย ผู้เที่ยงตรงต้องหักงอ ผู้หลักแหลมต้องเหนื่อยล้า มีคารมคมคายต้องหมดสิ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ หากมิใช่มากเกินไปก็คือเทียบไม่เท่า เพียงแค่สูญเสียความเที่ยงตรง ย่อมต้องถูกธรรมชาติปรับให้เกิดความสมดุล


ทุกคนล้วนเป็นจ้าวแห่งชีวิตตน ร่างกายและชีวิตของแต่ละคนคือ “โลก” ใบหนึ่ง ท่านเหลาจื่อกล่าวว่า “คิดจะใช้กำลังยึดครองโลก ไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้ เพราะโลกอันศักดิ์สิทธิ์มิอาจใช้กำลัง ถ้าใช้ต้องล้มเหลว ถ้ายึดต้องสูญเสีย” นี่หมายความว่า หากบรรลุถึงสภาวะที่สงบนิ่ง อู๋เหวย ไร้อัตตา และไม่เห็นแก่ตัวแล้ว การสอนโดยไร้วาจาของเขาจึงสามารถใช้ความถูกต้องของคนคนเดียวนำพาให้ทั่วหล้าหวนคืนสู่วิถีที่ถูกต้อง นี่คือพลังแห่งการ “ทำตนให้ดีแล้ว โลกทั้งโลกจึงดีด้วย”


คำว่า “โลก” นี้ มิใช่โลกที่เราเคยมีประสบการณ์ส่วนตัวและเข้าใจ แต่หมายถึงภาพรวมของข้อเท็จจริงแห่งจักรวาล อันที่จริง การที่เราไม่อาจสงบนิ่งได้ โดยธาตุแท้แล้วเป็นเพราะยังมี “คุณธรรม” ไม่พอ แต่การสั่งสม “คุณธรรม” เราต้องขจัดคู่ปฏิปักษ์และทิฐิ แล้วปฏิบัติไร้อัตตาและไร้ชื่อเสียงตามกฎ แต่โลกที่เราอยู่กลับเป็นโลก 3 มิติที่ยึดถือสองขั้วตรงกันข้ามเป็นพื้นฐาน เราได้รับการบ่มเพาะมาตั้งแต่เด็กทั้งยังถูกสอนให้เคยชินกับการแยกแยะ เปรียบเทียบ และตัดสิน ด้วยเหตุนี้ จึงก่อเกิดสิ่งที่ทุกคนยอมรับและเข้าใจต่าง ๆ เช่น เล็ก ใหญ่ สูง ต่ำ เกียรติยศ อัปยศ สูงศักดิ์ ต่ำต้อย ถูก ผิด สำเร็จ และล้มเหลว เป็นต้น ยิ่งถลำสู่ชื่อและรูปนี้ลึกเท่าไร ความว้าวุ่นใจของเราจะยิ่งมากขึ้น ชีวิตคนเรา ใครเล่ายินดีอยู่เคียงคู่กับความว้าวุ่นใจ ดังนั้น ท่านเหลาจื่อจึงให้เราฝึกฝน “ความสงบนิ่ง”


ทั้งนี้ “ความสงบนิ่ง” มิใช่ไม่มีเรื่องราวชั่วคราว หรือไม่มีคนมารบกวน คำว่า “สงบนิ่ง” หมายถึง ไร้รูป กล่าวคือไม่มีการแยกจากกันแล้ว คือการอยู่ในสภาวะตามธรรมชาติเดิมของเราอย่างสงบ เมื่อเข้าใจความหมายแฝงของ “สงบนิ่ง” แล้ว จะเปรียบเสมือนได้รับหนังสือผ่านทางจากเต๋าที่ยิ่งใหญ่


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 23 ตุลาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1357)

* * *


** 一个有道社会的发达昌盛,并不在于他的大都市有多繁华,而是看人与人之间,不会因为工作的内容产生非常明显的社会等级,更多的时候是人选择了这份工作,而不是完全受制于某种社会压力或者学历。哪怕是公交车司机、打扫卫生的阿姨、宿舍管理员脸上都是不是有由衷的开心和幸福感,让人随时都能感觉到的是,每个人都很重要,人与人之间会相互照顾对方的帮助。这是强大的社会文明和谐。这就是有道的国家文化。

早安!* * *


23每个人的身体和生命都是一个“天下”

《道德经第45章分享暨新生月祝福》连载23


第六层次,拥有无我利他的思想,才能形成人生幸福的回路。


十六,明白了“清静”的含义,就如同获得了大道的通行证。


“清净为天下正”中的这个“正”就是指大道。如果不能得“正”,那么即使取得了点成就,最后往往也是成者必败、盈者必亏、直者必折、巧者必劳、辩者必穷——因为,这些不是太过,就是不及,只要失了中正,就必然会被天道平衡。


每一个人都是自己生命的君王,每个人的身体和生命都是一个“天下”。老子说:“将欲取天下而为之,吾见其不得已,天下神器不可为也,为者败之,执者失之。”这就是说,一个君王若能达到清静无为、无我无私的境界,他的不言之教,就能以一人之正带动天下归正,这就是“做好自己,就好了一个世界”的力量。


这个“天下”不是我们个人所经验、所理解的这个世界,而是指宇宙真相的总和。其实,我们之所以清静不下来,本质是因为“德”还不够。但“德”的累积需要我们破除对立与执着,依照规律去践行无我无名。而我们所处的世界却是一个以二元对立为基础的三维空间,我们从小所受的熏陶又让我们的心习惯于分辨、比较、评判,因而生出了大小高下、荣辱贵贱、是非成败等种种认知——在这些名相中陷得越深,我们的烦恼也就越多!人生,谁愿意与烦恼相伴呢?所以,老子要我们修“清净”。


而“清静”不是暂时无事,或没人来打扰。所谓“清静”就是无相了,也就是没有分别了,是真的安住于我们本来自然的那个状态里。真明白了“清静”的含义,也就如同获得了宇宙大道的通行证。


赵妙果,2021年10月23日,第1357天

0 views0 comments