คำอำนวยพร 23 พฤศจิกายน 2564



** "เดินทางยิ่งไกลเท่าไร  สิ่งที่รู้ยิ่งน้อย"  ประโยคนี้คือความจริง  ตรงไปตรงมา  และเป็นเคล็ดลับ!  หลายคนมักกล่าวถึงเต๋าราวกับเป็นเรื่องอภินิหาร จนคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวที่ได้แค่มองแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้  อันที่จริง  ในใจของทุกคนล้วนมีเมล็ดพันธุ์เต๋าที่ยิ่งใหญ่  การเอาแต่จับจ้องว่าผู้อื่นจะเป็นเต๋า  เป็นความรัก และเป็นการสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัดได้อย่างไร โดยไม่ใส่ใจและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เต๋าในกายตนให้ดี  มีแต่จะยิ่งห่างไกลเต๋าออกไปเรื่อยๆ  โลกในจิตส่วนลึกของคนเราคือมูลรากของการรู้แจ้งเต๋าที่ "รวมเป็นหนึ่งกายกับใจ ไม่แยกกันได้ไหม  อ่อนโยนแลตั้งใจ  คล้ายทารกได้ไหม  ชำระล้างจิตใจ  มีจุดด่างพร้อยหรือไม่"หากละทิ้งมูลราก แสวงหาเต๋าจากภายนอก จะมิใช่ "เดินทางยิ่งไกลเท่าไร สิ่งที่รู้ยิ่งน้อย" ได้อย่างไร?


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 46 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการเก็บเกี่ยว


[การรู้จักพอมิใช่ภาวจิต แต่เป็นพลังที่เกรียงไกรแท้จริง]


2.3 การ “รู้จักพอ” คือสูตรยาที่มีอานุภาพที่สุดสำหรับชีวิตอันสงบสุข


การรู้จักพอคือจิตสำนึก ภาวจิต และสภาวธรรม ทั้งยังเป็นภูมิปัญญา เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่อยู่นอกเหนือครอบครัวและประเทศ หากกล่าวตามความเป็นจริงว่า การรู้จักพอคือการปฏิบัติตามกฎ ดังนั้น การรู้จักพอสามารถทำให้จิตใจมีความเที่ยงตรง ฝึกฝนร่างกาย ดูแลครอบครัว ปกครองประเทศ และทำให้ทั่วหล้าสงบสุขได้


ในการดำเนินชีวิต มีเพียงผู้ที่รู้จักพอเท่านั้นที่จะพอใจกับครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ การงาน และสังคมได้... เพราะบรรดาอารมณ์และความรู้สึกเชิงบวกล้วนมาจากการปฏิบัติตามกฎของเต๋า ดังนั้น จึงมีเพียงผู้เทิดเต๋าทูนคุณธรรมเท่านั้นจึงจะสัมผัสถึงรสชาติของการ “รู้จักพอสุขนิรันดร์” ที่แท้จริงได้ มีเพียงผู้ที่ในส่วนลึกของจิตใจเปี่ยมด้วยพลังบวกจึงจะมีความสามารถรวบรวมความคิดและกำลังวังชามาสร้างสรรค์ความมั่งคั่งและสัมผัสด้วยตนเองกับความผาสุกด้วยท่าทีที่พึงพอใจอย่างยิ่ง และบรรลุถึงสภาวะสุขนิรันดร์ที่ “ผู้รู้จักพอนั้นมั่งมี” ได้ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า การรู้จักพอมิใช่ภาวจิต แต่เป็นพลังที่เกรียงไกรแท้จริง


ชีวิตคนเราเป็นเช่นนี้ การปกครองประเทศและทำให้ทั่วหล้าสงบสุขก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน “ผู้รู้จักพอนั้นมั่งมี” คือการฝึกฝนในรูปแบบใหญ่ซึ่งภายในดั่งอริยบุคคล ภายนอกดั่งราชา อัน “ภายในดั่งอริยบุคคล” คือเสน่ห์ของบุคลิกจากภายใน ส่วน “ภายนอกดั่งราชา” ย่อมหมายถึง การขยายสู่นอกของภายในดั่งอริยบุคคล คำว่า “ภายนอกดั่งราชา” นี้คือ การแสดงออกของพลังที่มีประสิทธิภาพและผลกระทบ การที่กล่าวว่า “ภายในดั่งอริยบุคคล ภายนอกดั่งราชา” ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเบื้องต้นของการตื่นรู้ด้วยตนเองและปฏิบัติตามกฎได้ แล้วใช้ลำดับขั้นตอนของจิตสำนึกตนส่งผลกระทบต่อโลกรอบตัวจากภายในสู่ภายนอก


เมื่อคนเราตื่นรู้แล้วและยินดีให้คุณประโยชน์แก่สรรพชีวิต บรรดาแหล่งทรัพยากรจะหลั่งไหลสู่เขา เพราะสวรรค์ประทานแหล่งทรัพยากรให้เราเพื่อมารับใช้สรรพชีวิต เมื่อตัวเรากลายเป็นความรัก มนุษย์จะไม่ร้องขอและตามหาความรักอีก เพราะความรักได้กลายเป็นท่วงทำนองหลักของโลกใบนี้แล้ว เช่นนี้ ไม่เพียงแต่เราจะได้สัมผัสกับสัจธรรมของ “ผู้รู้จักพอนั้นมั่งมี” ขณะเดียวกัน ยังทำให้สภาพแวดล้อมรอบตัวกลายเป็นสวรรค์แห่งความผาสุกอีกด้วย


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564

(เผยแพร่วันที่ 1388)

* * *


** “其出弥远,其知弥少”这句话,是实话,是大白话,是真话,是秘诀!很多人总是把道讲的神乎其神,弄得只可仰望而遥不可及。其实,每一个人心中都有大道的种子。只顾研究别人如何成为道,成为爱,成为无限的创造,而不去照顾好、培育好自己身体内大道种子,只会离道越来越远。一个人的内心世界,是“载营魄抱一,能无离乎?专气致柔,能如婴儿乎?涤除玄鉴,能无疵乎?”的得道根本。如果舍弃了根本,向外求道,岂不是“其出弥远,其知弥少”?

早安!* * *


23知足不是心态,而是一种强大的力量!

《道德经第46章分享暨收获月祝福》连载23


十五、“知足”是人生平安一味最有威力的药方。


知足是一种意识、一种心态、一种境界,也是一种智慧、一种超越家国的大道情怀。说穿了,知足就是遵循规律。因此,知足可以正心、修身、齐家、治国、平天下。


生活中,只有知足的人,才能常满意于家庭、满意于生活、满意于工作、满意于社会……因为,所有正面的情绪和感受都来自于遵循大道法则,因此,只有尊道贵德的人才能感受到“知足常乐”的真正滋味。而这些内心充满正能量的人才有能力以心满意足的享受状态,把心思和精力聚焦到创造财富和体验幸福上,达到“知足者富”的常乐状态。所以说,知足不是心态,而是一种强大的力量!


人生如此,治国、平天下也是如此。“知足者富”就是修出了内圣外王的大格局——“内圣”是内在的人格魅力;“外王”则是指内圣的外延,这个“外王”是具有效率和影响力的力量展现。所谓“内圣外王”就是要在自我觉醒、做到规律的前提下,由内而外地用自己的意识层次来影响周围的世界。


而当一个人觉醒之后、愿意利益众生之时,所有资源都会流向他。因为,资源就是上天赐予我们来服务众生的。而当我们成为爱本身,人类就不会再去乞求爱、寻找爱了,因为爱已经成了这个世界的主旋律!这样不但自己体验到了“知足者富”的真谛;同时,也让周围一并成为了幸福的天堂。


赵妙果,2021年11月23日,第1388天



1 view0 comments