คำอำนวยพร 30 ธันวาคม 2564



** ชีวิตที่สามารถเข้าออกได้เองอย่างอิสรเสรีด้วยการยกขึ้นและปล่อยวางได้  เรียกได้ว่าสอดคล้องกับเต๋านิรันดร์แล้ว  คำว่า “ยกขึ้น” หมายถึง  การศึกษาหาความรู้ต้องพากเพียรและฝึกฝนหลอมหล่อ ซึ่งก็คือ “รู้เพิ่มเมื่อศึกษา”  ส่วนคำว่า “ปล่อยวางได้” หมายถึง  การปฏิบัติเต๋าต้องปล่อยวางไปตามบุญวาสนา ซึ่งก็คือ  “ฝึกธรรมะบกพร่องลดน้อย”  แต่คนทั่วไปกลับอยู่ในสภาวะที่ศึกษาแต่ไม่รู้เพิ่ม  ฝึกธรรมะแต่บกพร่องไม่ลดน้อยลง จะยกก็ยกไม่ขึ้น  ปล่อยวางก็ปล่อยไม่ลง ด้วยเหตุนี้  จึงใช้ทั้งชีวิตไปอย่างเปล่าประโยชน์  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก!


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 47 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งความสงบสุข


[สัจธรรมสูงสุดที่กุมทิศทางชีวิต]


คติธรรม บทที่ 47


19. เริ่มฝึกฝนคุณธรรมให้ดีจากตนเอง ยืนหยัดทำสิ่งที่ไร้อัตตาและให้คุณแก่ผู้อื่น ยืนหยัดฝึกฝนจิตใจที่ไร้นามและอู๋เหวย คนเราจึงจะสงบนิ่งลงได้ เมื่อจิตใจคนเราสงบนิ่ง โลกใบเล็กในกายและจิตใจตนมีความปรองดอง ครอบครัว ประเทศชาติและโลกใบใหญ่ก็จะปรองดองตามไปด้วย


20. ผู้ยิ่งใหญ่คือผู้ที่สามารถเอาชนะผู้อื่นได้ แต่อริยบุคคลคือผู้ที่สามารถเอาชนะตนเองได้ สิ่งที่อริยบุคคลทำคือเรื่องราวทางด้านเต๋าที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับกมลสันดานของมนุษย์ และสร้างความสงบและมั่นคงอย่างยั่งยืน สิ่งที่พวกเขาทำจะเป็นเรื่องราวที่สามารถก้าวข้ามกาลเทศะนับหลายพันปี ส่งผลกระทบต่อประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และใช้สัจธรรมสร้างความอบอุ่นใจให้ผู้คนตลอดมา ด้วยเหตุนี้คำสอนที่อริยบุคคลหลงเหลือไว้ อีกหลายพันปีให้หลังก็ยังคงเป็นสัจธรรม และยังส่องเส้นทางให้ความสว่างแก่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย


21. อู๋เหวยมิใช่ไม่ทำอะไรเลย แต่คือการฝึกฝนและพิสูจน์จริงท่ามกลางการทำงาน เป็นการกระทำอันยิ่งใหญ่ที่ “ให้คุณไม่เป็นพิษเป็นภัย มอบอุทิศไม่คิดชิงดีกับใคร” มีเพียงอู๋เหวยเท่านั้นจึงจะเข้าสู่สภาวะที่ “มีความอัศจรรย์ที่เกิดจากไม่มี” ได้โดยอัตโนมัติ อู๋เหวยคือการทำความเข้าใจกับ “ไม่ต้องเดินทางก็รู้ได้ ไม่ต้องดูก็รู้มูลเหตุ ไม่กระทำตามใจกลับได้ผล” หลักเหตุผลที่ท่านเหลาจื่อถ่ายทอดแก่เรา มิใช่ความรู้ธรรมดาหรือปรัชญาทั่วไป แต่เป็นสัจธรรมที่ให้มนุษย์สรรค์สร้างชีวิตอันผาสุกและกุมทิศทางเดินสู่บั้นปลายของชีวิต


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 30 ธันวาคม 2564

(เผยแพร่วันที่ 1424)

* * *


** 人生能有拿得起、放得下的出入自由,就合乎常道了。“拿得起”是指做学问要勤学苦练,就是“为学日益”;而“放得下”则是说行道要万缘放下,行道是创造广大平衡的“为道日损”。但一般人却是在为学未益、为道也未损的状态下,提也提不起,放又放不下,由此荒废了一生,那就太可惜了!

早安!* * *


30把握生命走向的终极真理

《道德经第47章分享暨平安月祝福》连载30


第四十七章 悟道心得


十九、从自身出发修好德,坚持做无我利他的事,坚持修无名无为的心,人才能静下来。人心静,自己身心这个小天下和谐,家国世界这个大天下也跟着和谐了。


二十、伟人是能战胜他人的人;而圣人是能战胜自己的人。圣人做的事是大道层面上的事;是符合人类本性和长治久安的事;是能穿越几千年时空,影响人类历史,并用真理一直温暖人心的事。因此,圣人留下的教诲,几千年后还是真理,还是世世代代照亮着人类的路!


二十一、无为不是不作为,而是在做事中实修实证,是“利而不害,为而不争”的大作为;只有无为,才能自动进入“无中生妙有”的境界;无为,就是对“不行而知,不见而明,不为而成”的解读。老子向我们传达的道理,不是一般的哲学或普通的知识,而是人类营建幸福人生、把握生命走向的终极真理!


赵妙果,2021年12月30日,第1424天

1 view0 comments