คำอำนวยพร 5 พฤศจิกายน 2564


**  เมื่อกล่าวจากมุมมองของ "ร่างกายที่มีเต๋า"  ทั้ง "บาป"  "ภัย"  และ "ผิด" ล้วนเป็นผลเสียของความทะยานอยากที่มีต่อร่างกาย  ระดับความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทีละขั้น  แต่ละระดับจะแสดงออกเป็น  ความผิดพลาด  ภัยพิบัติ  และมหาภัย  "ทะยานอยาก"  หมายถึง  มีความอยาก  ความจงใจ  อยากได้รับ  "ไม่รู้จักพอ" หมายถึง  ได้รับแล้ว  แต่ยังไม่รู้จักความพอใจ  "ความโลภ" หมายถึง  ไม่ควบคุมความทะยานอยาก  เดิมทีได้รับแล้ว  แต่ยังโลภอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ยังอยากได้มากขึ้นอีก  หากคนเรามีจิตใจที่ทะยานอยาก  ไม่รู้จักพอ  และโลภ  เมื่อไม่ระวัง  จะก้าวเข้าสู่กับดักของความโลภและเงินทอง  และมีจุดจบอันน่าเศร้าสลดที่ไม่อาจหวนกลับคืนมาได้  ความเจริญก้าวหน้าของคนเรา  มิได้หมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวย  แต่หมายถึงความเป็นมนุษย์ที่มีเต๋า


อรุณสวัสดิ์ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 46 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งเก็บเกี่ยว


[การใช้จิตปกติในการทำงาน จะมีประสิทธิภาพสูงสุด และประสบความสำเร็จได้ง่ายที่สุด]

คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” อธิบายแต่กฎและมูลรากของจักรวาลเท่านั้น ขอเพียงมนุษย์สำรวจกฎและปฏิบัติตามเต๋า จะสามารถใช้ชีวิตนี้ได้ดีมาก คุณสมบัติพิเศษเฉพาะของเต๋าคือความราบรื่นและสมดุล การที่คนเราจะประสบความสำเร็จ ต้องเรียนรู้การกระทำที่คล้อยตามสถานการณ์ และตามจังหวะของเต๋าให้ทัน แต่จุดเด่นของความเป็นมนุษย์คืออยากให้มีเรื่องดีเกิดขึ้น ไม่อยากให้มีเรื่องร้ายมาเยือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับกฎ เพราะกฎของธรรมชาติคือโชคและภัยพึ่งพาอาศัยกัน สิ่งดีงามและเลวร้ายดำรงอยู่ร่วมกันตลอดกาล ดังนั้น การรู้จักพอ ณ เวลานี้จึงมีความสำคัญยิ่งกว่าด้วยซ้ำไป ผู้ที่รู้จักพอจะไม่ยึดติดกับเรื่องดี และไม่ต่อต้านและปฏิเสธเรื่องร้าย แต่จะใช้จิตปกติมาเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เช่นนี้แล้ว จิตใจจะค่อยๆ สงบนิ่งลง ส่วนการใช้จิตปกติในการทำงาน จะมีประสิทธิภาพสูงสุด และประสบความสำเร็จได้ง่ายที่สุด


คนเราจะมีความสุขและประสบความสำเร็จได้ นอกจากความพยายามแล้ว ยังต้องมีเหตุปัจจัยอีกมากมาย สิ่งใดก็ตามที่อยากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สุดท้ายมักไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งใดที่บีบบังคับผู้อื่นจนได้มา สุดท้ายล้วนยากที่จะรักษาไว้ได้ ดังนั้น คนเป็นผู้นำอย่าได้พูดกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า “ฉันดีกับเธอขนาดนี้ เธอต้องภักดีต่อฉันโดยสิ้นเชิง” คนเป็นพ่อแม่ก็อย่าได้พูดกับลูกๆ ว่า “พ่อแม่เลี้ยงดูเธอด้วยความยากลำบาก วันหลังเธอต้องตอบแทนพ่อแม่นะ” เพราะเมื่อในใจเรามีการร้องขอ เราจะไม่มีวันได้รับผลตอบแทนด้วยความจริงใจ ประหนึ่งพ่อแม่รักและปกป้องลูกเป็นเรื่องที่พึงทำ ลูกๆ กตัญญูต่อพ่อแม่ก็เป็นสิ่งที่สมควรเช่นกัน ทุกคนต่างกำลังทำในเรื่องที่พึงทำ ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายมิใช่การลงทุนและผลตอบแทน เช่นนี้ สุดท้ายแล้วกลับจะสนิทแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น


ไม่จำเป็นต้องเน้นการอุทิศ การเน้นการอุทิศนั้นหยิ่งยโสเกินไป เพราะเดิมทีมิได้มีการอุทิศแต่อย่างใด เมื่อเราทุ่มเทเพื่อผู้อื่น คนที่ได้รับประโยชน์แท้จริงแล้วมิใช่ใครอื่นเลย แต่เป็นตัวเราเอง เพราะสรรพสิ่งล้วนเป็นกายทิพย์เดียวกัน ดังนั้น อย่าคิดแต่เรื่องชมเชย การทะเลาะวิวาท การครอบครอง การพึ่งพาและการควบคุมผู้อื่น... คนเราต้องสำรวจตนเอง ทำตนให้ดี ในความมืดสลัวย่อมเกิดสิ่งอัศจรรย์ได้อย่างไม่คาดคิด อันที่จริง ความคิดที่กระตือรือร้นคือพลังงานที่กระตือรือร้น การรวมศูนย์ความคิดคือการรวมศูนย์พลังงาน หากเรารักษาพลังงานนี้ไว้ในร่างกายได้ จึงจะรวมตัวกันเป็นแก่นสาร ลมปราณ และจิตวิญญาณของคนเรา พึงต้องรู้ว่า ความปรองดองและความสวยงามของโลกภายนอกย่อมมาจากความเมตตานุ่มนวลและสงบนิ่งของโลกภายในอย่างแน่นอน จึงเรียกว่า “รูปโฉมโนมพรรณเกิดจากจิตภายใน”


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564

(เผยแพร่วันที่ 1370)

* * *


** 从“身体有道”的角度来讲,“罪”、“祸”、“咎”三者都是指淫欲给身体带来的危害,其危害程度是一层比一层严重!其不同程度的层级可表现为:过错层级、祸害层级、凶险层级。“可欲”是指有欲、有为、想得到;“不知足”是指已经得到了,但老是不知满足;“欲得”是指欲望得以放纵,本已经得到了,但仍贪得无厌,还想得到更多。人若怀有可欲、不知足和欲得之心,一不小心,就会踏入贪念与金钱的陷阱,跨入万劫不复的可悲下场。一个人发达,不是指财富发达,而是有道的人性。

早安!* * *


05平常心做事,效率最高,也最容易成功

《道德经第46章分享暨收获月祝福》连载05


《道德经》只讲规律,讲宇宙的根本。人只要洞察规律、遵道而行,就能把这一生过得很好。大道的特征是流畅平衡,人要成事,就先要学会顺势而为、跟上大道的节奏。但人性的特点是只想要好事发生,而不想要坏事到来,这本身就与规律相悖!因为,自然规律永远是福祸相依、好坏共存的。所以,知足在此时显得尤为重要——知足的人既不执着好事,也不抗拒坏事,而是保持平常心来面对一切发生。这样,心就会慢慢静定下来。而用平常心做事,效率最高,也最容易成功。


一个人的幸福与成功,除了努力,还要有很多机缘。任何想要速成的,最后往往都不能成就;任何勉强得来的,最后也都不能常保。所以,当领导的人不要对下属说:“我对你这么好,你要绝对忠于我。”当父母的也不要对子女说:“我这么辛苦养你,你以后要报答我。”因为,只要心中有求,人就不可能得到真情回馈。就像父母爱护子女是应该的,子女孝顺父母也是应该的,大家都在做该做的事情而已,彼此之间不是投资与回报的关系,这样最后反而密不可分!


不必讲奉献,讲奉献太骄傲,因为根本就没有奉献!当我为别人付出时,那个真正获利的也不是别人,而是我自己,因为万物皆是同一体。所以,不要老想表扬,不要老想是非,不要老想占有,也不要老想依靠,更不要老想控制……人只要内观自己、做好自己,冥冥之中自有玄妙!其实,积极思维就是积极能源,集中思维就是集中能源,这种能量若能留驻于身,就将汇集成人的精气神。要知道,外在世界的和谐美丽,必然来自内在世界的慈柔和静,这就是所谓的“相由心生”。


赵妙果,2021年11月5日,第1370天

2 views0 comments