คำอำนวยพร 7 มีนาคม 2565



** ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เมื่อมองจากมิติสูง สิ่งเหล่านั้นล้วนมาเพื่อสร้างความสำเร็จให้เราเท่านั้นเอง ผู้ประสบความสำเร็จมองความสำเร็จทั้งหลายว่าเป็นสิ่งที่ผู้อื่นมอบให้ ส่วนความผิดพลาดทั้งหลายเป็นสิ่งที่ตนสร้างขึ้น นี่มิใช่ภาวะจิตแต่เป็นภูมิปัญญา ความสำเร็จขึ้นอยู่กับโอกาส ชัยภูมิ และความสามัคคีของคน ความหมายของสิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า กฎที่เราปฏิบัติตามนั้นถูกต้อง นี่คือการพิสูจน์จริง ความผิดพลาดมาจากความคิด คำพูด และการกระทำบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับกฎ หมายความว่า เราต้องชำระล้างรูปแบบการคิดนั้นออกไป นี่คือการฝึกปฏิบัติจริง เราเดินไปสู่ความสมบูรณ์ท่ามกลางการปรับปรุงแก้ไขและพิสูจน์อยู่ตลอดเวลา


คำอำนวยพรอรุณสวัสดิ์

จากอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 50 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการท้าทาย


[“คนตั้งแต่เกิดจนตาย” คือการปลุกจิตที่หลับใหลของมนุษย์ให้ตื่นขึ้น]


ประเด็นที่ 1 เนื้อความที่ว่า “คนตั้งแต่เกิดจนตาย” คือการปลุกจิตที่หลับใหลของมนุษย์ให้ตื่นขึ้น


1.1 ความตายไม่น่ากลัว แต่เป็นการหวนกลับ


“คนตั้งแต่เกิดจนตาย”


“การเกิด” เข้าใจง่ายมาก คือการคลอดจากครรภ์มารดาร้องอุแว้ๆ แต่ “การตาย” จะทำความเข้าใจอย่างไรดี หรือว่าชีวิตคนเราสามารถกลับเข้าสู่ครรภ์มารดาได้อีกหรือ วลีนี้คือการจุดประเด็นทัศนะการเกิดและการตายของท่านเหลาจื่อ นอกจากนี้ยังเป็นแกนหลักของคัมภีร์บทนี้ด้วย เนื้อหาทั้งหมดต่อจากนี้จะขยายความเกี่ยวกับวลีนี้ทั้งหมด


ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหรือปรากฏการณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นการ “ดำรงอยู่” การดำรงอยู่คือการมี แล้ว “มี” มาจากไหน ในคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” บทที่ 40 กล่าวอย่างชัดเจนว่า “สรรพสิ่งใต้หล้าถือกำเนิดจาก ‘มี’ มีเกิดจากไม่มี” คำว่า “ไม่มี” นี้ มิใช่ไม่มีอะไรเลย กลับมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงแต่ประสาทสัมผัสของมนุษย์ไม่อาจรับรู้ได้เท่านั้น ดังเช่น กระบอกสูบลมที่ดูคล้ายว่างเปล่า แต่เมื่อออกแรงดึงกลับมีแรงลม นี่เป็นเพราะภายในมีอากาศ


ทั้ง “มีและไม่มี” ล้วนเป็นเต๋า เต๋ามิได้หยุดนิ่งไม่ไหวติง มันหมุนเวียนอยู่ตลอดไม่หยุดนิ่ง เมื่อเต๋าเคลื่อนไหวจะมีการประสานและก่อเกิดพลังชีวิตที่สมดุล นั่นคือ “ความเป็นหนึ่ง” ในกระบวนการเคลื่อนไหวของความเป็นหนึ่ง ได้แบ่งพลังออกเป็นหยินและหยาง 2 กลุ่ม นี่ก็คือ “หนึ่งให้กำเนิดสอง” เมื่อหยินและหยางประสานกันจะมี 3 สภาวะ นั่นคือ “สองให้กำเนิดสาม” สรรพสิ่งทั่วหล้าคือการรวมตัวกันของ 3 สภาวะนี้ นี่ก็คือ “สามให้กำเนิดสรรพสิ่ง”


หากกล่าวในมุมมองของวิชาฟิสิกส์ ทุกสิ่งที่ดำรงอยู่ รวมถึงชีวิต ล้วนมีธาตุแท้เป็นพลังงาน อนุภาคพื้นฐานของสิ่งเหล่านี้คือ โพซิตรอน(1) อิเล็กตรอน(2) และนิวตรอน(3) นี่คือทั้ง 3 สภาวะของหยิน หยาง และเป็นกลาง ทั้งหมดนี้ล้วนมีคุณสมบัติพื้นฐานของควอนตัม(4) คือทวิภาคของอนุภาค-คลื่น(5) กล่าวคือ เมื่อการเคลื่อนที่มีความเร็วสูงกว่าความเร็วแสง จะปรากฏเป็นรูปคลื่น ซึ่งมิใช่ลักษณะของวัตถุ เมื่อการเคลื่อนที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วแสง จะปรากฏเป็นอนุภาค และมีลักษณะเป็นวัตถุ ดังนั้น ชีวิตจึงมีลักษณะ 2 ชั้นที่เป็นทั้งรูปคลื่นและอนุภาค ซึ่งร่วมดำรงอยู่ทั้งกายสังขารที่มีรูปและจิตใจที่ไร้รูป

“คนตั้งแต่เกิดจนตาย” จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ชัดเจนกว่า คำว่า “การเกิด” คือ พลังงานปรากฏเป็นลักษณะอนุภาค กลายเป็นการมาเกิดในสายตาชาวโลก ส่วน “การตาย” คือ พลังงานกลับสู่รูปคลื่น ในสายตาชาวโลกคือการจากโลกนี้ไป อันที่จริง พลังงานยังคงดำรงอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่รูปแบบที่แสดงออกแตกต่างกันเท่านั้น วัฒนธรรมจีนมีการยอมรับและเข้าใจเรื่องนี้ชัดเจนมาก นับแต่โบราณมา ชาวจีนไม่กลัวความตาย แต่มองว่าเป็นการหวนคืนสู่เหย้า คำว่า “หวนคืน” นี้ หมายถึง กลับสู่สภาวะเดิม ดังนั้น การตายมิได้น่ากลัว แต่เป็นการกลับบ้าน


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 7 มีนาคม 2565

(เผยแพร่วันที่ 1491)

* * *


** 生活中的一切,从高维看,都是来成就我的,仅此而已。成功者把一切成就视为别人给的,把一切过错视为自己造成的,这不是心态,而是智慧。成功源于天时、地利、人和,其意义在于验证我遵循的规律是正确的,这是实证;过错来自某种不合规律的念思言行,其意义在于让我清理这种思维模式,这是实修。在不断的修证中,我将走向圆融。

早安!* * *


07“出生入死”是在撞醒沉睡的心

《道德经》第50章分享暨挑战月祝福》连载07


第一层,“出生入死”是在撞醒人类沉睡的心。

一、死不可怕,而是回归。

“出生入死”

“出生”很容易明白,就是从娘胎里呱(gū)呱坠(zhuì)地。但“入死”怎么理解呢?难道生命还能回到娘胎里吗?这四个字是老子开篇点出的生死观,也是本章的中心,后面的所有内容都围绕这四个字展开。

生命也好,现象也罢,一切都是“存在”。存在是有,“有”从何而来?《道德经》第四十章中明确说:“天下万物生于有,有生于无。”这个“无”不是什么都没有,而是一应俱全,只是人类的感官无法感知。就像风箱看似空空如也,但用力一拉就鼓起大风,这是因为内有空气。

所谓“有无”都是道,道不是凝(níng)滞(zhì)不动的,它周而复始,运动不止。道一动就生出一股冲和之气,这就是“一”,一在运动过程中,又分出一阳一阴两股力量,这就是“一生二”;阴阳和合,有三种形态,就是“二生三”;天下万物都是这三种状态的组合,这就是“三生万物”。

以物理学而言,所有存在,包括生命,本质都是能量。它们的基本粒子是正电子、负电子和中子,这就是阴、阳、中和三种状态。它们都具有量子的基本属性:波粒二象性。也就是说,在运动速度大于光速时,呈现波形,即非物质性;在运动速度小于光速时,呈现粒性,即物质性。所以,生命也具有波粒二重性,即有形肉体与无形精神共存。

“出生入死”从科学角度,比较容易说清楚。所谓“出生”是能量呈现粒子性,成为世俗眼中的降生;而“入死”是能量回归波形,成为世俗眼中的离世。实际上,能量始终存在,只是表现形式不同。中国文化对此认知非常清晰,自古以来,中国人就不畏惧死亡,而是视死如归——这个“归”就是指回到原来的状态,所以死并不可怕,而是回家。


赵妙果,2022年3月7日,第1491天


(1) โพซิตรอน (Positron) หรือ แอนติอิเล็กตรอน (Antielectron) อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก


(2) อิเล็กตรอน (Electron) หมายถึง อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเป็นลบ


(3) นิวตรอน (Neutron) หมายถึง อนุภาคที่ไม่มีประจุไฟฟ้า


(4) กลศาสตร์ควอนตัม (quantum mechanics) เป็นสาขาหนึ่งในทฤษฎีรากฐานของฟิสิกส์ที่มีความสามารถในการอธิบายผลการทดลองต่างๆ และถูกใช้แทนที่กลศาสตร์นิวตัน (หรือกลศาสตร์ดั้งเดิม) และกลศาสตร์ไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์ (หรือทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งกลศาสตร์ดั้งเดิมเหล่านี้ไม่สามารถใช้อธิบายปรากฏการณ์ในวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่าอะตอม แต่กลศาสตร์ควอนตัมนั้นสามารถคำนวณได้แม่นยำมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขนาดของวัตถุที่สนใจนั้นเล็กถึงขนาดอะตอม จึงกล่าวได้ว่า กลศาสตร์ควอนตัมนั้นเป็นรากฐานเบื้องต้นของฟิสิกส์ที่มีความสำคัญมากกว่ากลศาสตร์นิวตันและกลศาสตร์ไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์ หรือใกล้เคียงกับความจริงมากกว่านั่นเอง


(5) ทวิภาคของอนุภาค-คลื่น (Wave–particle duality) เป็นสมมติฐานที่กล่าวว่าอนุภาคทุกชนิดมีคุณสมบัติที่เป็นทั้งคลื่นและอนุภาค และในทางกลับกันคลื่นก็จะมีทั้งคุณสมบัติของคลื่นเองและอนุภาคด้วย

1 view0 comments