บทที่ 39 บรรลุเต๋าย่อมมีความเป็นหนึ่ง

นับแต่โบราณมาผู้ลุ “ความเป็นหนึ่ง”

ฟ้า “เป็นหนึ่ง” จึงสดใส

ดิน “เป็นหนึ่ง” จึงสงบ

เทพ “เป็นหนึ่ง” จึงศักดิ์สิทธิ์

ธัญพืช “เป็นหนึ่ง” จึงสมบูรณ์

ทุกสิ่ง “เป็นหนึ่ง” จึงเติบใหญ่

เจ้าเมืองมี “ความเป็นหนึ่ง” จึงยุติธรรม

มิฉะนั้นแล้วไซร้ ฟ้าไม่สดใสจะทลาย

ดินไม่นิ่งจะภินท์พัง

เทพไม่ขลังจะสูญหาย

พืชไม่สมบูรณ์จะเฉาตาย

สรรพสิ่งไม่เจริญจะสูญพันธุ์

เจ้าเมืองอธรรมจะพังทลาย

ดังนั้น สูงศักดิ์ใช้ไพร่ต่ำเป็นฐาน

บนมีล่างเป็นฐาน

เจ้าเมืองเรียกตนว่า “ผู้โดดเดี่ยว” “ไม่สมบูรณ์” แล “ผู้น้อย” มิใช่ใช้ต่ำต้อยเป็นฐาน กระนั้นหรือ

สดุดีโดยไม่มีคำสรรเสริญ

ไม่ขอเป็นหยกงาม

ขอเป็นศิลาเปี่ยมค่า (ขอเป็นศิลาที่ซื่อสัตย์จริงใจ)


คติธรรม

1) “1” คือร่างกาย ส่วนบ้าน รถยนต์ เงินทอง การงาน ชื่อเสียง ล้วนคือ “0” ทั้งนั้น เมื่อสูญเสียต้นกำเนิด “1” บรรดา “0” ทั้งปวง จึงไม่มีความหมาย

2) เกียรติยศสูงสุดคือ ไม่แสวงหาเกียรติยศ เต๋าธรรมชาติคือ สามัญธรรมดาไม่มีเกียรติยศอะไร ดังนั้น จึงสามารถดำรงอยู่ได้ชั่วนิรันดร์

3) ภูผาป่าดงใช่ต้องวอนขอวิหคมาอาศัย วิหคนกเหินมาอยู่เอง สายน้ำลำคลองท้องทะเลใช่ต้องวอนง้อปูปลามาอาศัย ปลาปูแหวกว่ายมาอยู่เอง

4) ท่านปฏิบัติตนยังไม่ดีพอ แต่ผู้คนชมว่าดี ต้องรู้สึกละอายใจ ท่านปฏิบัติตนได้ดีมาก แต่ผู้คนยังติว่าไม่ดี ต้องหนักแน่น

5) ผู้สามารถอ่อนน้อมถ่อมตนได้ จึงจะเป็นผู้สูงศักดิ์แท้จริง


0 views0 comments