บำรุงรักษาความใจกว้างให้ดี มักจะเข้าใกล้ความผาสุกมากยิ่งขึ้น : เว่ยตง



กิจกรรมของชมรมอ่านหนังสือเผิงเฉิงครั้งนี้ ได้ข่าวว่านักธุรกิจท่านหนึ่งอยู่ในกระบวนการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ได้ยกตัวอย่างหนึ่งเพื่อวัฒนธรรมของธุรกิจ ทำให้ผมได้คติมาก


เบื้องล่างของนักธุรกิจท่านนี้มีสาขาของบริษัท 5 แห่ง แต่ละสาขาต่างมีผู้จัดการใหญ่ท่านหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบทุกด้าน กล่าวได้ว่าผู้จัดการใหญ่ทุกท่านของบริษัทสาขาล้วนเป็นแขนขาของนักธุรกิจท่านนี้ ซึ่งนักธุรกิจท่านนี้ได้นำพาผู้จัดการใหญ่ทุกท่านไปศึกษาคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ยังเมืองวัฒนธรรมเต้าเต๋อเหลาจื่อสากลมาแล้ว ในนี้มีผู้จัดการใหญ่ท่านนี้เพิ่งกลับจากเมืองวัฒนธรรมได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งต่อท่านและกล่าวว่า “ผมอยู่ข้างนอกเหมาโรงงานเล็กๆ แห่งหนึ่ง (โรงงานเล็กๆ แห่งนี้มีขนาดเล็กกว่าบริษัทปัจจุบันเล็กน้อย ส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปและเทคโนโลยีอื่นๆ เหมือนกับของบริษัทปัจจุบัน)” นักธุรกิจท่านนี้คิดแล้วคิดอีกแล้วกล่าวว่า “ในเมื่อคุณได้ตัดสินใจแล้ว ก็ขอให้รีบทำการส่งมอบและรับช่วงต่อให้ดีและเร็วเท่าที่จะเร็วได้ ก่อนที่คุณจะออกจากบริษัท เราจะจัดงานเลี้ยงส่งคุณด้วย”


เวลาผ่านไปหลายวัน นักธุรกิจท่านนี้กับผู้จัดการใหญ่อีก 4 ท่านของสาขาบริษัทได้ร่วมกันจัดงานเลี้ยงส่งเขาด้วยกัน นักธุรกิจท่านนี้ยกแก้วน้ำชาขึ้นกล่าวว่า “วันนี้ผมขอพูด 3 ข้อด้วยกัน ข้อที่ 1 ผมขอกล่าวคำว่า ‘ขอโทษ’ ผมเอาใจใส่คุณไม่เพียงพอ ไม่ได้ทำความเข้าใจในความคิดความอ่านของพวกท่านอย่างทันกาล ซึ่งผมต้องถือเป็นบทเรียน พวกท่านมีความคิดหรือความต้องการอะไร เราต้องเชื่อมสัมพันธ์ให้ทันกาล ข้อที่ 2 ผมต้องขอขอบคุณท่าน ท่านมาจากชนบทของมณฑลอันฮุยมาทำงานเป็นกรรมกรที่นครเซี่ยงไฮ้ จากวัยรุ่นที่ไม่รู้เรื่องอะไรเติบโตเป็นผู้จัดการใหญ่คนหนึ่ง โดยเริ่มต้นจากชั้นพื้นฐานที่สุดเติบโตขึ้นจากหัวหน้าห้องเรียน หัวหน้าแผนกงาน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ รองผู้จัดการใหญ่ สุดท้ายเป็นผู้จัดการใหญ่ของสาขาหนึ่ง ท่านได้ทุ่มเทเยาวภาพของท่านเพื่อธุรกิจ ผมขอขอบคุณท่าน ข้อที่ 3 ประตูใหญ่ของบริษัทเปิดไว้ต้อนรับท่านเสมอ หากท่านอยู่ข้างนอกไม่สมความปรารถนา ที่นี่ยังคงเป็นครอบครัวที่อบอุ่นของท่าน ยินดีต้อนรับท่านกลับบ้านตลอดเวลา” งานเลี้ยงส่งได้ยุติลงท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนานเช่นนี้แล


ต่อมาผู้จัดการใหญ่ของสาขาบริษัทท่านนี้ไปทำงานอยู่ข้างนอกเป็นเวลาครึ่งปี ได้ประสบกับ “ความไม่สมความปรารถนา” จริงดังว่า ได้ยื่นหนังสือขอกลับบ้านโดยไม่ลังเล นักธุรกิจท่านนี้อ้าแขนต้อนรับเขา แต่มีปัญหาตามมาอีกแล้วคือ ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของสาขาบริษัทล้วนแต่จัดการเรียบร้อยไปแล้ว เมื่อเขากลับมาควรจัดการอย่างไรเล่า ประจวบโอกาสจังหวะเหมาะเจาะพอดีที่เมืองอู๋ซีมีร้านที่ประกอบกิจการเหมือนกันกำลังจะล้มแล้ว (สาเหตุที่สำคัญคือทางรัฐบาลได้ยกระดับข้อเรียกร้องต่อการรักษาสภาพแวดล้อมสูงขึ้น) เมื่อนักธุรกิจท่านนี้ได้รับมือธุรกิจที่ใกล้จะล้มละลายนี้ต่อ และเขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ หากไม่ดำเนินการปรับปรุงใหม่ต่อการติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้ อีกไม่กี่ปีจะต้องเกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน เขาลงทุนไป 30 กว่าล้านหยวน เปลี่ยนการติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานทั้งหมดในโรงงานเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับความเรียกร้องต้องการอันเป็นมาตรฐานการรักษาสภาพแวดล้อมทั้งหมดของรัฐ และวันที่ 16 เดือน ม.ค. ปีนี้ทางโรงงานได้เริ่มทำงานได้อย่างราบรื่น ผู้จัดการใหญ่ของสาขาบริษัทท่านนี้ได้ไปข้างนอกเที่ยวมารอบหนึ่งสามารถแสดงความสามารถของเขาได้แล้ว และด้วยเหตุนี้ นักธุรกิจท่านนี้ได้มีสาขาบริษัทเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง


ตัวอย่างนี้ได้พิสูจน์คำพูดของท่านอาจารย์ที่ว่า “ผู้ประสบความสำเร็จที่สามารถหัวเราะถึงสุดท้ายล้วนมีลักษณะพิเศษ 2 อย่างคือ การสำนึกบุญคุณและไม่ถือโทษ”


ณ ที่นี้ ผมนึกถึงเรื่องราวที่ตรงกันข้ามเรื่องหนึ่ง ผมได้รู้จักผู้จัดการใหญ่อาวุโสของบริษัทประดับสิ่งของให้สวยงามท่านหนึ่ง เขามีผู้ช่วยคนหนึ่งเป็นลูกศิษย์ที่เริ่มเรียนฝีมือด้านการช่างจากเขา อาศัยความพยายามของตนจนกลายเป็นผู้จัดการในโปรแกรมของเขา เขาเองก็เชื่อมั่นต่อลูกศิษย์คนนี้มาก มีงานอะไรก็มอบให้ลูกศิษย์น้อยคนนี้ไปทำด้วยความไว้วางใจ มีอยู่วันหนึ่งลูกศิษย์น้อยคนนี้ได้เสนอขอลาออกจากงาน แล้วพาลูกมือไปก่อตั้งร้านค้าของตนเอง นับแต่นั้นเป็นต้นมา เขาพบปะใครล้วนแต่บ่นว่า “คุณดูสิคนที่ไม่มีมโนธรรมของร้านนี้ ตอนแรกผมใจดีรับเขาไว้ สอนเขาเรียนรู้ฝีมือด้านการช่าง ดูแลเขาเหมือนลูก บัดนี้เขาปีกกล้าขาแข็งบินไปเสียแล้ว หมาป่าลูกตาขาวคนนี้...” เขาได้มุดเขาควายจนถอนตัวไม่ขึ้นทั้งวัน เวลาผ่านไปไม่นานจึงต้องนอนป่วยบนเตียงเสียแล้ว เราไปเยี่ยมเขา เขาไม่รู้จักเราเสียแล้ว ผมถอนหายใจ โดยพื้นฐานเป็นสภาพที่เหมือนกันสองประเภท ผลสุดท้ายกลับต่างกันราวฟ้ากับดิน


จดหมายเดือนละฉบับของท่านอาจารย์บอกเราถึง “ 5 ประการเสมอ” ประการที่ 1 คือ “สำนึกบุญคุณเสมอ” คำว่า “สำนึกบุญคุณ” เป็นยาขนานหนึ่งที่ขลังที่สุดในจักรวาล บรรดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีเพียงสองประเภทคือ มาให้บทเรียนแก่ท่าน ทำให้ท่านประสบความสำเร็จ หรือไม่ก็มาช่วยหล่อเลี้ยงท่าน ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ประเภทใด ขอเพียงมีการ “สำนึกบุญคุณ” สรุปแล้วบรรดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นล้วนเป็นการจัดการที่ดีที่สุด ขอเพียงเราสำนึกบุญคุณ ใจดี และรู้จักพอตลอดไป บำรุงรักษาความใจกว้างของท่านไว้ มักจะเข้าใกล้ความผาสุกอิสรเสรีมากยิ่งขึ้น

2 views0 comments