วิถีแห่งการให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่นคือวิถีแห่งความสำเร็จ : หวงฉี

Updated: Nov 4, 2021


สิ้นเดือน ธ.ค. ปี 2017 ได้ทำการสรุปสภาพการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ของตนในรอบปีที่ผ่านมา ได้รู้สึกตนเองอย่างลึกซึ้งว่า ตนเอาแต่ใจมากเกินไป ไม่ค่อยจริงจังกับการปฏิบัติต่อผู้อื่น และไม่ตั้งใจต่อการศึกษาประยุกต์ใช้ ดังนั้น ในเดือน ม.ค. ปี 2018 ผมได้ตั้งเป้าหมายของภาพแห่งความปรารถนาระยะสั้นให้แก่ตนเองว่า ในปีใหม่นี้จะจดจ่อแต่การพัฒนาของจิตตน น้อมใจศึกษาจากหัวหน้าการศึกษาและเพื่อนชาวเต้าซิ่นทั้งหลาย และเขียนบันทึกการพัฒนาประจำวันเพื่อช่วยตนสะสางและก้าวหน้า เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับการแบ่งปันที่เพียงพอทุกวัน บรรลุเป้าหมายเล็กๆ แห่งการพัฒนาเล็กน้อยของแต่ละวัน เดือนนี้ผมนอกจากอ่านคัมภีร์อย่างจริงจังและสบายใจแล้ว ยังเสริมการติดต่อกับหัวหน้าการศึกษาของรุ่นเยาวชนอีกด้วย ท่ามกลางการติดต่อกับหัวหน้าการศึกษาเหล่านี้ ทำให้มีความเข้าใจต่อคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” บางตอนบางบท ตลอดจนเทคนิคการประยุกต์ใช้ในการทำงานและดำเนินชีวิต ได้เก็บเกี่ยวผลที่ไม่ธรรมดาทีเดียว ณ ที่นี้ผมขอแบ่งปันเรื่องราวเรื่องหนึ่งดังนี้


วันที่ 18 ม.ค. ผมไปพบกับหัวหน้าการศึกษาของรุ่นเยาวชนที่ไม่เคยพบหน้ากันนานแล้ว เราเริ่มคุยกันตั้งแต่ 11.00 – 15.00 น. โดยมิได้ทานข้าว เธอเล่าให้ผมฟังว่า นับแต่ทั้งครอบครัวได้ศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” เป็นต้นมา ร่างกายของตนมีการปรับให้ดียิ่งขึ้น ความสัมพันธ์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ปรองดองกันแล้ว รวมทั้งพี่ชายของเธอได้ไปศึกษาที่เมืองวัฒนธรรมเต้าเต๋อเหลาจื่อสากลยังประเทศไทยหลายครั้งแล้ว ได้สั่งสมการศึกษาประยุกต์ใช้เป็นเวลาหลายปี ในที่สุดเมื่อปีที่แล้วได้เข้าใจคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” อย่างลึกซึ้งขึ้นทันทีต่อคำกล่าวที่ว่า “ให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่น” จึงจะเป็นวิถีแห่งธุรกิจที่ดีที่สุด นับแต่นั้นมาได้ตัดสินใจเด็ดขาดว่า จะลงมือทำการผ่าตัดด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ปรับโครงสร้างภายใน ระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนต่อพนักงานของบริษัท ระบบตัวแทนการค้า และระบบโบนัส...

1.ผลิตภัณฑ์ของธุรกิจมิใช่ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นชีวิตที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายและให้ความอบอุ่นแก่จิตใจผู้อื่น ทั้งยังเป็นประโยชน์ให้สังคมดีงามอีกด้วย

บริษัทของเราเป็นรูปแบบประเภทการค้า ในอดีตพวกเขาได้ทำการค้าขายผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดทางอินเตอร์เน็ต แต่ตลาดการค้าแข่งขันกันดุเดือด ราคาโปร่งใส เมื่อธุรกิจได้ผ่านระยะทองไปช่วงหนึ่งแล้วก็ถึงระยะยากลำบากอย่างรวดเร็ว ทางบริษัทจากมีคนหลายร้อยคนจนเหลือไม่กี่คน การขยายทางธุรกิจและการหมุนเวียนของบริษัทมีความยากลำบากมาก หลังการศึกษาจากเมืองวัฒนธรรมแล้ว เขายิ่งคิดยิ่งปวดร้าวใจ ตัดสินใจพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งที่ช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ครั้นแล้วเขาดำเนินการเข้าสู่ธุรกิจเป็นเวลา 1 ปีกว่า โดยใกล้ชิดผู้ทำการทดสอบ เพื่อวิจัยและพัฒนาผ้าชนิดหนึ่ง เขาจึงซื้อผ้าชนิดต่าง ๆ จากทั่วโลกแล้วทำการทดสอบต่างๆ ด้วยตนเอง ทั้งยังฝากฝังให้ห้องทดสอบแห่งชาติทำการวิเคราะห์คุณภาพของผ้า มอบหมายให้ทีมงานเฉพาะไปพัฒนาด้านสิทธิบัตร บรรดาความพยายามทั้งปวงล้วนแต่เพื่อจุดมุ่งหมายเดียว คือจะทำการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีชีวิตอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถต้านทานเชื้อโรค ใส่สบาย ใช้ทน และประหยัด ได้ผ่านการปรับปรุง วิจัย ออกแบบเป็นเวลา 1 ปี และทำการทดสอบสวมใส่อีก 1 ปี ผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวเช่นนี้ทำให้บรรดาลูกค้าได้ทดสอบถึงสุขภาพด้วยตนเองที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

(1) ผลิตภัณฑ์เสื้อชั้นในของอดีตระบายเหงื่อของผู้ออกกำลังกายเป็นเวลานานไม่ได้ ก่อให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง บัดนี้มิเพียงระบายได้เร็ว ยังคงความอบอุ่นได้ด้วย เป็นคุณภาพของเนื้อผ้าที่ดีที่สุดต่อสุขภาพของการตลาด ยิ่งเป็นหลักประกันต่อสุขภาพของผิวหนังอีกด้วย

(2) ปริมาณการออกกำลังกายมากจะก่อให้ผลิตภัณฑ์สูญเสีย แต่อายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันในตลาดถึง 4 เท่าขึ้นไป

(3) เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ในตลาด คุณภาพการเลือกใช้ของผลิตภัณฑ์นี้และโครงการสิทธิบัตรของการออกแบบก็เหนือกว่าพวกเขา รวมทั้งราคามีเพียงหนึ่งในหลายส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น

(4) การบริการมีความแตกต่างกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ พวกเขาสนองผลิตภัณฑ์ทดลองใช้จำนวนมากให้ลูกค้าดำเนินการทดสอบอย่างแท้จริง พร้อมทั้งติดตามทำความเข้าใจต่อข้อเสนอและปัญหาต่างๆ ที่ยกระดับคุณภาพได้อย่างเอาการเอางาน เหล่านี้ทำให้ลูกค้าของพวกเขารู้สึกวางใจ และยิ่งรู้สึกถึงความตั้งใจของพวกเขา

ผลที่เกิดขึ้นจากการทุ่มเทเช่นนี้เป็นที่เร้าใจให้มุมานะ อาทิ มีใบสั่งซื้อมาอย่างไม่ขาดสาย ในเวลาเดียวกันผลิตภัณฑ์แบบนี้ยิ่งนำพาให้เขามี “ลู่ทางการคิดทางการค้า” มากยิ่งขึ้น และ “ความคิดการบริหาร” ที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ดังหัวหน้าการศึกษาท่านนี้กล่าวไว้ แม้ว่าในอดีตจะได้ศึกษาคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ตลอดมาก็ตาม แต่เมื่อเขาได้ทำการปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยประยุกต์ใช้ความคิดในคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ไปทำผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ให้คุณประโยชน์ต่อลูกค้าได้ ณ เวลานั้นเขาสัมผัสได้อย่างแท้จริงว่า อะไรที่เรียกว่า “ให้ผู้อื่นเต็มที่ ตนเองยิ่งอุดมสมบูรณ์” และอะไรจึงเรียกว่า “ด้วยรักถนอมโลกดังชีวิตตน จึงฝากโลกให้เขาดูแล” ภารกิจของนักธุรกิจคือ สนองผลิตภัณฑ์และการบริการที่ให้คุณประโยชน์แก่พวกเขา สังคม และการพัฒนาของโลก

2. ในเวลาเดียวกันมีเพียงระบบที่ให้คุณประโยชน์แก่พนักงานด้านการพัฒนาทางวัตถุและจิตใจ จึงจะเป็นระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนที่ดีที่สุด

หลังจากการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง”แล้ว ธุรกิจก็อยากยกระดับรายได้ให้พนักงาน เคยใช้วิธีเพิ่มเงินเดือน แต่หลังจากการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์“เต้าเต๋อจิง”แล้ว ได้ขอคำแนะนำจากอาจารย์ท่าน อื่นๆ อย่างน้อมใจ ได้เข้าใจเหตุผลที่ว่า “ให้ปลาแก่ผู้อื่นมิสู้ให้เขารู้จักจับปลาเอง” ได้อย่างลึกซึ้ง จากนั้นได้ขยายระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนต่อพนักงานของธุรกิจ ระบบค่าใช้จ่ายตัวแทนของพ่อค้า เอเย่น ตลอดจนการปฏิรูปพื้นฐานการสร้างวัฒนธรรมทางธุรกิจของการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” ซึ่งประกอบด้วย

(1) ฐานเงินเดือนที่ค่อนข้างต่ำของพนักงาน แต่เงินรางวัลให้ผลงานคงที่ซึ่งยกระดับสูงมาก ตลอดจนเงินรางวัลที่ขึ้นลงของลักษณะการบุกเบิกธุรกิจ เงินรางวัลของหัวหน้าทีมงานเชื่อมสัมพันธ์กับผลงานของทีมงาน ในเวลาเดียวกันทางบริษัทจะนำกำไรโดยผ่านรูปแบบการให้กำลังใจ ย้อนคืนให้พนักงานเป็นส่วนที่มากกว่า ดังนั้น แม้ฐานเงินเดือนลดลง แต่พนักงานพบว่า ขอเพียงทำงานให้ดี เงินเดือนของพนักงานกลับสูงมากกว่าแต่ก่อน ทั้งหัวหน้าทีมงานยิ่งเข้าร่วมการสร้างสรรค์ของทีมงานอย่างเอาการเอางานและขานรับการเรียกร้องของบริษัท โดยใช้ระบบและทรัพยากรของบริษัทเป็นประโยชน์ในการเสริมการอบรมต่อพนักงาน รายได้ที่เพิ่มขึ้นของพนักงานเป็นการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงที่มากยิ่งขึ้นคือ การเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่หมดของพนักงานและทีมงาน ทั้งนี้ได้ทำให้พนักงานที่ไม่เข้าใจแต่แรกเริ่ม ต่างยินดีใช้รูปแบบเงินเดือนและค่าตอบแทนเช่นนี้มากในภายหลัง

(2) ทางบริษัทได้ตั้งขอบข่ายราคาที่ชอบธรรมต่อผลิตภัณฑ์ ไม่ทำสงครามด้านราคา เป็นการรับประกันพื้นที่กำไรให้แก่พ่อค้าเอเย่นอย่างแท้จริง ทั้งยังได้แบ่งปันผลกำไรที่มากยิ่งขึ้นกับพ่อค้าเอเย่นอีกด้วย ในเวลาเดียวกัน เมื่อเทียบราคากับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ผลของสุขภาพมิเพียงช่วยพ่อค้าเอเย่นเปิดตลาดการขายเท่านั้น ยังได้รับคำชมจากการตลาด บรรลุถึงร่วมกันกำไรทุกๆ ด้าน

(3) หลังจากทีมงานธุรกิจกำลังดำเนินการปรับปรุงที่เชื่อมโยงกันแล้ว ภายในธุรกิจได้ก่อตั้งการแบ่งปันประสบการณ์จากการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” จากด้านกายใจของพนักงาน ด้านชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว ด้านการงาน และเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตัวต่อตัว โดยใช้รูปแบบการแบ่งปันประสบการณ์ อภิปราย ศึกษาและทดสอบด้วยตนเอง การเปิดใจของพนักงาน อาศัยการช่วยเหลือพนักงานมาแก้ไขปัญหาที่เป็นจริง ช่วยพวกเขาพัฒนาทางด้านจิตใจ พนักงานหยั่งรากและมีความสุขได้อยู่กับบริษัทอย่างสบายใจแท้จริง ส่วนทางบริษัทก็มีความมั่นคงและทีมงานที่ปรองดอง

ท้ายที่สุด หัวหน้าการศึกษาท่านนี้กล่าวว่า “ความสำเร็จของบริษัทมิใช่ความสำเร็จที่แท้จริง พนักงาน ลูกค้า ทีมงาน บริษัท ตลอดจนสังคมและประเทศชาติเติบโตร่วมกัน จึงจะเป็นความสำเร็จของธุรกิจที่แท้จริง” จากตัวอย่างกรณีผลิตภัณฑ์นี้ทำให้เกิดความซาบซึ้งใจ และทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ในฐานะที่เป็นผู้ศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” คนหนึ่งนั้นช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ และเชื่อมั่นต่อการศึกษาเต๋า เข้าใจเต๋าและเผยแผ่เต๋าอย่างแน่วแน่ ในคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” กล่าวว่า “วิถีธรรมชาติ ให้คุณไม่เป็นพิษเป็นภัย” ตัวอย่างกรณีความสำเร็จทางธุรกิจของหัวหน้าการศึกษาท่านนี้ทำให้ผมซาบซึ้งถึงการให้คุณประโยชน์แก่ผู้อื่นคือ ให้คุณประโยชน์ในทุก ๆ ด้านและความสัมพันธ์ทุกชนิด โดยใช้คุณสมบัติของการ “ทำความดี” หยั่งรากลงสู่ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล ย่อมได้รับของขวัญจากธรรมชาติที่ “วิถีเต๋าไม่นับญาติ มักจะช่วยเหลือคนดี” อย่างแน่นอน


ประการต่อมา การแบ่งปันประสบการณ์ของหัวหน้าการศึกษาท่านนี้บอกผมว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง”อยู่ที่ทำให้เกิด ใช้ในการงาน การงานจะราบรื่น ใช้กับกายใจ กายใจจะมีสุขภาพแข็งแรง เมื่อเรานำมาใช้กับการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ สิ่งที่ได้เก็บเกี่ยวมิเพียงเป็นทรัพย์สินมีรูปอันพึงได้เท่านั้น ยิ่งได้เก็บเกี่ยวปัญญาการบริหารและการเลือกสรรในทุก ๆ ด้านของชีวิต

อีกประการหนึ่ง การศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” คือ กระบวนการวัฏจักรของ “เข้าใจแล้วปฏิบัติ ปฏิบัติแล้วได้ ได้แล้วเชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญแล้วเข้าใจขึ้นอีก” ท่านเหลาจื่อกล่าวว่าเต๋าที่ยิ่งใหญ่นั้น “จืดชืดไร้รสชาติ” แต่ในความเป็นจริง เมื่อเรารักษาความเป็นกลางและมีความเป็นหนึ่ง โดยไปศึกษาและประยุกต์ใช้ต่อเรื่อง ๆ หนึ่งอย่างลึกซึ้ง ผ่านการปฏิบัติข้อพึงปฏิบัติ 3 ข้อจากคัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” นำมาซึ่งการตื่นรู้ เปลี่ยนแปลง และเติบโตด้วยตนเองโดยหยั่งรากลงสู่ในกระแสเลือดและทุกการคิด ถ้าเช่นนั้น สิ่งที่เราได้เก็บเกี่ยวมิเพียงเป็นทรัพย์สินมีรูปหรือไร้รูปของกระบวนการเดินช่วงนี้ของชีวิตอย่างแน่นอน แต่ยังเป็นสติปัญญาและการรู้แจ้งแท้จริงของชีวิตอันยาวนาน




1 view0 comments