หลังจากเลอะเลือนแล้วมักเป็นการตื่นตัว : เสี่ยวเหลียน

Updated: Nov 4, 2021


เราทุกคนต่างมีและไม่มีจุดที่ตนสันทัด ดังบทสัตยาธิษฐานวันขึ้นปีใหม่ของท่านอาจารย์ที่เขียนในหัวข้อว่า “ชะตาฟ้าลิชิต โชคอยู่ในมือฉัน” หลายปีมานี้ได้เกิดเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ตนเองเสมือนสิงโตที่หลับสนิท เริ่มแต่ปี ค.ศ. 2012 มีความรัก เข้าสู่คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” แต่งงาน มีบุตร เปิดบริษัท นำพาทีมงาน... ทุกสิ่งทุกอย่างดุจดังฝัน จนถึงสิ้นสุดปี 2017 ได้ผ่านพ้นไปเป็นเวลา 5 ปีเต็มๆ ในระยะใกล้ๆ นี้ ดิฉันกำลังหวนรำลึกว่า เป็นเวลาหลายปีมานี้ดิฉันได้มีประสบการณ์ ขบคิด ศึกษาและได้พัฒนาอะไรบ้าง ตนเองสามารถกล่าวสัก 3 - 4 ประเด็นให้ชัดเจน หรือว่ายังคงเลือนๆ รางๆ ตลอดมา


สมัยเด็ก คุณแม่บอกดิฉันเสมอว่า “คนเราจะมีชีวิตที่ราบเรียบไปตลอดโดยไม่ประสบกับความทุกข์ยากและการทดสอบได้อย่างไร ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติ” ดิฉันจำคำพูดที่ท่านอาจารย์เคยพูดกับดิฉันว่า “การทำธุรกิจจะไม่ประสบเรื่องราวอะไรได้อย่างไร เรื่องเล็กๆ ยังไม่เคยผ่านจะประสบความสำเร็จได้มีที่ไหนกัน” จากนั้นท่านอาจารย์ให้เรารับคำอำนวยพรกันอย่างเต็มที่ ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันได้ข่าวหัวหน้าการศึกษาท่านหนึ่งเสียชีวิต ดิฉันกับอาจารย์เซี่ยเผิงได้ออกไปทำงานนอกโรงงาน เขารับรู้ก่อนแต่ไม่ได้บอกดิฉัน เกรงว่าจะกระทบจิตใจดิฉัน... ตอนเช้าดิฉันยุ่งอยู่กับงานไม่ทันได้ดูมือถือและตอบข้อความ มีความรู้สึกว่ามีสมาชิกหลายท่านส่งข่าวมาให้และเตือนดิฉันว่า “พี่คะ กำลังทำอะไรอยู่ จะอย่างไรก็ตาม ต้องสนใจพักผ่อนบ้าง สุขภาพเป็นของเราเองนะคะ” ตอนเที่ยงเวลาพักกำลังรับประทานข้าวเที่ยงกับลูกค้าฝ่ายอุปทาน ดิฉันจึงทราบข่าวเรื่องนี้ ใจรู้สึกหนักอึ้งมาก ดิฉันเห็นอาจารย์เซี่ยเผิงก็เช่นเดียวกัน เมื่อเสร็จธุระก็เป็นเวลาดึกมากแล้วจึงกลับเข้าโรงแรม อาจารย์เซี่ยเผิงถามดิฉันว่า“อาจารย์ท่านนี้จากไป คุณคิดอย่างไร” ดิฉันคิดอย่างไร ดูเหมือนมีวิธีคิดของตนที่ชัดเจนมาก


1. เรื่องนี้ทำให้ดิฉันเข้าใจว่า เรื่องราวในโลกไม่จีรัง แต่มีตัวเลขที่แน่นอนของมัน

ดูเหมือนดิฉันได้เข้าใจทันทีว่า ในจดหมายเดือนละฉบับท่านอาจารย์ได้มีคำพูดที่คล้ายคลึงกันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “ชะตาฟ้าลิขิต โชคอยู่ในมือเรา” เราจะเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของตน ต้องมีคุณงามความดีไปแลกเบี้ยในมือของสวรรค์ ดิฉันคล้ายกับได้เข้าใจถึงคำพูดสั้น ๆ และเข้าใจง่ายของท่านอาจารย์ซึ่งพูดในคอร์สศึกษาที่เมืองวัฒนธรรมเหลาจื่อเต้าเต๋อสากลอีกว่า “ทุกสิ่งตนเป็นผู้สร้าง สร้างสรรค์ทุกสิ่งของตน” เราต้องศึกษาความรักที่ยิ่งใหญ่ การทุ่มเทให้ วิริยะก้าวหน้าของอาจารย์ผู้จากไปท่านนี้ ดิฉันต้องครุ่นคิดอย่างสงบนิ่งให้ดี และไปสร้างสรรค์ชีวิตที่สำเร็จของตนอย่างไร


2. ดิฉันรู้อย่างชัดเจนว่า บรรดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นล้วนแต่ให้เราประสบความสำเร็จทั้งนั้น

ขอให้เรารู้จักยกระดับและอยู่เหนือตนเองอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกระบวนการนี้ และปัญหาเหล่านี้ ขอเพียงมีความสำนึกบุญคุณอยู่ในใจ จึงใช้การคิดที่มีจิตสำนึกระดับสูงไปเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง ขอเพียงในใจมีความสำนึกบุญคุณ เราจึงเชื่อมโยงกับช่องทางชีวิตที่แตกต่างกัน เข้าสู่ช่องทางสื่อซิ่นซีที่ไม่เหมือนกันได้ และยกระดับพลังของตน ขอเพียงในใจมีความสำนึกบุญคุณ เราจึงสามารถเพิ่มพูนความปลื้มปีติสุขอยู่ในกระบวนการนี้ โดยไม่เป็นภัยแก่ตน ทั้งยังทำให้ผู้อื่นซาบซึ้งใจและดูแลผู้อื่นได้อีกด้วย ดิฉันยังคิดถึงคำพูดที่ท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า “การสำนึกบุญคุณเป็นยาขนานเอก” ด้วยเหตุนี้ ณเวลานี้ดิฉันขอสำนึกบุญคุณทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมทั้งสุขภาพ ครอบครัว ธุรกิจ ลูกค้า พนักงาน ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ อันที่จริง เมื่อเปรียบเทียบกับความเป็นความตายแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องเล็กกระจิริด นับไม่ได้อะไรเลย ดิฉันยังมีคุณสมบัติอะไรไปข้องเกี่ยวให้ยุ่ง กลัดกลุ้ม ตลอดจนถือโทษด้วยความไม่พอใจได้อย่างไร


3. “รับใช้คนทั่วหล้าดุจสนใจร่างกายตน จึงมอบโลกให้เขาดูแล ด้วยรักถนอมโลกดังชีวิตตน จึงฝากโลกให้เขาดูแล”

ดิฉันพลันหวนคิดได้ว่า หัวหน้าการศึกษาที่เป็นแบบอย่างของเราเหล่านั้น คอยชี้นำและจูงมือเราให้พัฒนาเติบโต วันนี้พวกเขาได้กลายเป็นมืออาชีพ หรือนักธุรกิจที่ดีเด่นในปริมณฑลใด เมื่อเราไปทำความเข้าใจพวกเขาอย่างลึกซึ้งแล้ว จึงพบว่า พวกเขาต่างได้ผ่านเรื่องที่ยากลำบากและขาดความช่วยเหลือมากยิ่งกว่า เป็นเวลา 3 ปี 5 ปีก็ทนผ่านไปได้ ทำนองเดียวกันมีหัวหน้าการศึกษาบางท่านยังผ่านการขายบ้านและทรัพย์สินมาค้ำจุนและกอบกู้ธุรกิจ

อาทิ วันนี้ได้ฟังอาจารย์จูหลินหลงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของพวกเขาในระยะใกล้ๆ นี้สองปีเผชิญกับปัญหาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีธุรกิจมากมายที่ทรุดแล้วไม่อาจฟื้นคืนได้ ปิดกิจการและล้มละลาย ส่วนอาจารย์จูหลินหลงเหตุใดจึงตกลงยุติการผลิตและทำการปรับปรุงทันที โดยลงทุนปรับปรุงใกล้ 60 ล้านเล่า เมื่อเราได้ฟังผู้จัดการทั่วไปของทุกบริษัทสาขาท่านกำลังแบ่งปันประสบการณ์ ต่างกล่าวว่า “ปี 2017 เป็นปีที่เรายากลำบากที่สุด เราเผชิญกับอันตรายจากลูกค้ากับพนักงานไหลหายไป ประเทศและรัฐบาลปรับปรุงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ภายใต้การร่วมแรงร่วมใจกันของผู้ร่วมงานทั้งหมดของบริษัทและผู้นำ เราผ่านด่านที่ยากลำบากนี้ไปได้ เรายอมรับการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขการก่อสร้างอย่างเอาการเอางาน ท้ายสุดมิเพียงลูกค้าไม่ได้ไหลหายไป ทั้งยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ร่วมมือทางยุทธศาสตร์อันยาวนาน และในที่สุดยังพลิกสถานการณ์ที่ขาดทุนเป็นกำไรได้ภายในปีนี้เองด้วย”

เรื่องนี้ทำให้ดิฉันสัมผัสได้ลึกซึ้งมาก เหตุใดนักธุรกิจและหัวหน้าการศึกษาที่ดีเด่นเหล่านี้สามารถทำได้และทำได้ดีด้วยเล่า นอกจากคุณสมบัติของตนเองแล้ว ยังมีความสัมพันธ์กับการศึกษาประยุกต์ใช้คัมภีร์ “เต้าเต๋อจิง” อย่างมากด้วย เวลาที่ประสบกับความยากลำบาก ก่อนอื่น เราทำงานต้องมีจิตใจที่สำนึกบุญคุณและสร้างคุณประโยชน์แก่ผู้อื่น ในส่วนลึกของจิตใจของเราจะไม่พัวพันการถือโทษผู้อื่น เมื่อไม่พัวพันการถือโทษผู้อื่น ร่างกายจึงไม่ทรุด ทำให้กายใจของเราอยูในภาวะที่ปรองดองมีพลังงานเชิงบวก เช่นนี้เราจึงสามารถสื่อเชื่อมกับช่องทางพลังงานที่มีระดับสูงกว่าได้ ทำให้เรามีพลังขับเคลื่อนและสภาวะที่ดียิ่งขึ้นไปต้อนรับการท้าทาย เรื่องราวจะเป็นไปตามสถานการณ์ธรรมชาติ เหตุใดหัวหน้าการศึกษาที่ดีเด่นมากมายเหล่านี้จะยิ่งประสบความทุกข์ทรมานและการทดสอบมากมายเช่นนี้ เพราะว่า “รับใช้คนทั่วหล้าดุจสนใจร่างกายตน จึงมอบโลกให้เขาดูแล ด้วยรักถนอมโลกดังชีวิตตน จึงฝากโลกให้เขาดูแล” สวรรค์ต้องการให้พวกเขาแบกรับภารกิจและหน้าที่มากยิ่งขึ้น ดังนั้น จงสำนึกบุญคุณเถิด


4. สำนึกบุญคุณกระจกเงาทุกบานที่อยู่รอบข้าง

จากส่วนลึกของจิตใจดิฉัน ดิฉันสำนึกบุญคุณหัวหน้าการศึกษาท่านนี้เป็นพิเศษ ดิฉันเชื่อมั่นว่า ท่านได้ปลุกเราหลายคนตื่นขึ้น และให้เราเข้าใจเป้าหมายและทิศทางอย่างแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างดิฉันเหมือนสิงโตที่หลับไหล ดิฉันคิดว่า สมควรแก่เวลาตื่นได้แล้ว เนื่องจากงานศพของหัวหน้าการศึกษา เราต้องดูแลลูก ๆ จึงไม่อาจไปร่วมได้ แต่ได้ข่าวจากชาวเต้าซิ่นว่า สุดท้ายได้หลงเหลือพระธาตุ 7 สีไว้ เราทุกคนต่างปล่อยวางจิตลงแล้ว เราต่างรู้ว่า ท่านได้ไปในที่ที่ดีกว่า โดยเป็นแบบอย่างแก่เรา ภารกิจของท่านคือ ปลุกเราทุกคนให้ตื่นขึ้น เรื่องราวในโลกไม่จีรัง จงรักทะนุถนอมปัจจุบัน พยายามฝึกฝนหลอมหล่อและทุ่มเทให้ จะต้องได้เก็บเกี่ยวดอกผลตามธรรมชาติ ท้ายสุดเป้าหมายบั้นปลายแห่งชีวิตจะปรากฏเป็นจริง


5. จะไปศึกษาที่เมืองวัฒนธรรมหรือไม่

ภาวะที่สงบอยู่เฉย ๆ ในช่วงนี้ดิฉันได้คำตอบที่แน่นอน เมื่อดิฉันเห็นอาจารย์ทั้งหลายที่มีอายุ 60 - 70 ปียังวิ่งเต้นไปทุกที่บริการรับใช้ต่าง ๆ และได้เห็นหัวหน้าการศึกษาที่ใกล้เกษียณมากมายวางเวลาพักผ่อนทั้งหมดของตน รวมทั้งออกแรงออกเงินวิ่งเต้นในกระบวนการถ่ายทอดความรักที่ยิ่งใหญ่ไปทั่ว จึงเกิดความละอายใจ เหตุใดเราเยาวชนจึงไม่อาจแบกรับภาระหน้าที่ที่มากกว่าได้ล่ะ เราเยาวชนเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ รังสรรค์ครอบครัวที่ปรองดอง เราเยาวชนยังเป็นเสาหลักของธุรกิจได้ โดยสร้างธุรกิจที่เป็นเสาหลัก เราเยาวชนยังฝึกฝนหลอมหล่อที่วิริยะก้าวหน้ายิ่งกว่าได้อีกด้วย เกิดสติปัญญา ช่วยเหลือผู้คนให้รู้หลักทำนองคลองธรรม... แต่ดิฉันแม้แต่การปล่อยวางและอยู่กับปัจจุบันยังทำไม่ได้ แล้วจะพูดคุยอะไรเรื่องเสาหลักเล่า


ธุรกิจหนึ่งหากเจ้าของกิจการห่างหายไป 10 วัน ต้องปิดกิจการ ธุรกิจนี้ก็สมควรปิด หากธุรกิจหนึ่ง เจ้าของกิจการต้องเฝ้าอยู่ทุกวัน แล้วพนักงานจะมีโอกาสอิสระได้อย่างไร ธุรกิจแบบนี้เป็นของทุกคนหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ ปล่อยมือไปศึกษาได้ นับเป็นการฝึกฝนหลอมหล่อ เป็นการคิดและฝึกจิตวิญญาณ เมื่อเดือน ส.ค. และ พ.ย. ปี ค.ศ. 2017 ดิฉันไม่ได้ไปเมืองวัฒนธรรมเหลาจื่อเต้าเต๋อสากลและเข้าร่วมกิจกรรมฝึกปฏิบัติที่ใช้เวลานานหน่อย นี่ก็เป็นการฝึกฝนหลอมหล่ออย่างหนึ่ง ให้ดิฉันใคร่ครวญ เข้าใจส่วนลึกของจิตใจตน และค้นพบสิ่งที่ไม่เพียงพอของตนจากอีกมุมมองหนึ่ง ก็เป็นการเก็บเกี่ยวผลอย่างหนึ่ง ประสบการณ์เป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าที่สุด สวรรค์เพิ่มอำนวยพรแก่เราโดยทวนวิถี ด้วยเหตุนี้ จงจำไว้เสมอว่า จงมีจิตที่สำนึกบุญคุณไว้ในใจ รังสรรค์ชีวิตที่ดีงาม

0 views0 comments