คำอำนวยพร 19 มกราคม 2565



** อริยบุคคลได้ทลายตำแหน่งเดิมที่เคยมี แล้วยืนบนระดับที่สูงขึ้นเพื่อมองทุกสิ่งทุกอย่าง เขามิได้ใช้วิธีการแบ่งเป็นสองฝ่ายซึ่งมีรูปแบบกระจัดกระจายในการตัดสินถูกผิด แต่สำรวจส่วนทั้งหมดจากมุมมองอันเป็นเอกภาพของจักรวาล ดังนั้นเขาจึงให้อภัยทุกสิ่งภายนอก และรักษาความสงบภายในจิตใจได้ นี่คือคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คุณธรรมประเภทนี้เปรียบเสมือนแสงลำหนึ่ง ที่สามารถแทรกผ่านช่องว่าง ส่องสว่างท่ามกลางความมืด และเป็นความดีสูงสุดได้


คำอำนวยพรอรุณสวัสดิ์

จากอาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ * * *


ขอนำส่งการแบ่งปันเกี่ยวกับคัมภีร์ "เต้าเต๋อจิง" บทที่ 48 และคำอำนวยพรในเดือนแห่งการอำนวยพรปีใหม่


[กำลังมิได้มีไว้เพื่อแทรกแซงผู้อื่น]


1.3 กำลังทั้งหมดที่มีล้วนมีไว้เพื่อบริหารจัดการตนเอง มิใช่เพื่อแทรกแซงผู้อื่น


โลกไม่สงบจริง ๆ แต่เรื่องไม่ยุติธรรมเหล่านี้ล้วนเป็นภาพภายนอก เป็นกระจกสะท้อนส่องตัวเราเอง เพื่อให้เราตื่นรู้ในตนเองว่า เรา “อู๋เหวย สงบนิ่ง ไม่ก่อปัญหา และไร้ทะยานอยาก” ได้หรือไม่ มีเพียงการทำตนให้ดี จึงจะทำให้โลกรอบตัวเราดีได้ เข้าสู่สภาวะที่ “ข้าอู๋เหวยปวงชนจึงเปลี่ยนแปลงเอง ข้าไม่ก่อปัญหาประชาจะมั่งคั่ง ข้าสงบนิ่งปวงชนจึงสุภาพเรียบร้อย ข้าไร้ทะยานอยากปวงชนจะเรียบง่าย”

กำลังทั้งหมดในชีวิตเราล้วนมีไว้เพื่อบริหารจัดการตนเอง มิใช่เพื่อแทรกแซงผู้อื่น หากโลกไม่สงบ และเรายังทำซ้ำซากอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าตามไปด้วย เมื่ออยากจะกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องก็ยากเสียแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ตำหนิสังคม แต่ถามใจตนเองได้ว่า “ฉันมอบอุทิศความรักที่ยิ่งใหญ่อะไรเพื่อความปรองดองส่วนทั้งหมดของสังคมบ้าง” การปรองดองสังคมต้องเริ่มต้นจากตนเอง เราเปลี่ยนแปลงผู้อื่นไม่ได้ แต่เปลี่ยนแปลงตนเองได้ เมื่อเราเปลี่ยนแปลงตนเองดีแล้ว จะมีคนกลุ่มหนึ่งได้รับการดึงดูด มาเรียนรู้จากเรา เดินบนเส้นทางของเรา เมื่อพลังของการฝึกธรรมะขยายจนใหญ่เพียงพอแล้ว จะเปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องไปท่ามกลางความมืด และจะไม่มีความมืดอีกต่อไป

คำว่า “ไม่หยุมหยิม” มิใช่การขังตนเองไว้ในห้องแคบ ๆ โดยไม่ทำอะไร แต่กลับตรงกันข้าม “ไม่หยุมหยิม” ต้องฝึกฝนหลอมหล่อความสงบระหว่างการทำงาน ฝึกฝนความนิ่งท่ามกลางโลกีย์ และฝึกฝนภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางความสงบนิ่ง “ไม่หยุมหยิม” คือในใจไม่วุ่นวาย แต่สามารถทำงานทั้งหลายในมือให้ดีที่สุดได้ “ไม่หยุมหยิม” คือภายในรอบรู้แลเข้าใจ เข้าใจจิตใจคนอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ภายนอกกลับไม่โอ้อวดผลงานหรือแสดงตนว่ามีคุณธรรม และไม่คุยโวโอ้อวด จะมอบวิธีการที่เหมาะสมให้ผู้อื่นในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น นำพาผู้คนเดินไปบนวิถีที่ถูกต้องโดยไม่รู้ตัว สุดท้าย ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าตนประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่แล้ว การ “ไม่หยุมหยิม” เช่นนี้ คือการฝึกฝนทักษะได้แท้จริง


อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ

วันที่ 19 มกราคม 2565

(เผยแพร่วันที่ 1444)

* * *


** 圣人冲破了原有的位置,站在了更高层面看一切。他不是用碎片式的二分法来评价对错,而是从宇宙统一场的角度纵览全局,所以他对外能包容一切,对内能安宁自守,这是最大的德。这种德像一束光,能冲破隔阂,照亮黑暗,成为最高的善。

早安!* * *


19精力不是用来干涉他人的

《道德经》第48章分享暨元旦月祝福》连载19


十二、所有精力都是用来管理自己,而不是去干涉他人的。


世间确实不太平,但这些不平事都是表象,是我们观照自己的镜子,是为了让我们觉知自己:是否做到了“无为、好静、无事、无欲”?只有做好自己,才能好了周围的世界,进入“我无为而民自化,我好静而民自正,我无事而民自富,我无欲而民自朴”的境界。


人生所有精力都是用来管理自己,而不是去干涉他人的。如果世界不太平,我们也跟着瞎折腾,再想回到正轨上,可就难了!我们没有权利去指责社会,但可以扪心自问:“我为社会的整体和谐,付出了哪些长情大爱?”和谐社会要从自身做起,我们改变不了别人,但可以改变自己。当自己变好了,就会有一群人受到吸引,来向我们学习,走我们的路。当为道的力量扩得足够大时,就像阳光照进黑暗中,黑暗也就不复存在了。


“无事”不是把自己关在小房子里不做事。恰好相反,“无事”正是要在做事中炼静,在红尘中炼定,在静定中炼大智大慧。“无事”是心中无事,手中却能把所有事做到最好。“无事”是内在明白四达、洞彻人心,但外在却不彰功显德、高谈阔论,只会在合适的时机,给人合适的方法,在不知不觉间引导大家走上正道。最后,让大家以为是自己成功了、自己强大了。这样的“无事”就是练出真功夫了。


赵妙果,2022年1月19日,第1444天

1 view0 comments